การแยกสาร
        การแยกสาร  เป็นการทำให้สารบริสุทธิ์  การแยกสารจะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม  องค์ประกอบ  ประหยัดและสะดวก
        วิธีการแยกสาร  ที่ควรรู้จัก  มีดังนี้
1. การกรอง (filtration)
        เป็นวิธีที่ใช้แยกของแข็งที่มีอนุภาคใหญ่กว่า 10 - 4  cm ออกจากของเหลวโดยที่ของแข็งนั้น
ไม่ละลายในของเหลว หรือมองเห็นชัดด้วยตาเปล่าว่าเป็นสารเนื้อผสมที่มีของแข็งแขวนลอยอยู่ใน
ของเหลว เช่น น้ำโคลน , น้ำแป้ง , แยกผลึกเกลือออกจากสารละลายเกลืออิ่มตัว         
2. การกลั่น (distillation)  มีหลักการสำคัญๆ คือ การทำให้ของเหลาวกลายเป็นไอแล้วทำการควบแน่นเป็นของเหลวอีก  ซึ่งการกลั่นมีหลายแบบ
        2.1.การกลั่นแบบธรรมดา (simple distillation)  มีหลักการดังนี้
                 - สารองค์ประกอบต้องมีจุดเดือดต่างกันมาก  โดยตัวถูกละลายต้องมีจุดเดือดสูงกว่าตัวทำละลาย
                -  ตัวถูกละลายต้องเป็นสารที่ระเหยยาก เช่น  เกลือ  น้ำตาล
         2.2. การกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation) มีหลักการดังนี้
        - ใช้แยกองค์ประกอบที่มีจุดเดือดใกล้เคียงกันมาก  และมีสารหลายชนิดปนกันอยู่  เช่น  การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม,  แอลกอฮอล์ปนน้ำ  เป็นต้น
         2.3. การสกัดโดยการกลั่นด้วยไอน้ำ (steam distillation) มีหลักการ  คือ
                -  ใช้ไอน้ำพาสารระเหยที่อยู่ในพืชออกมา
                -  สารที่ต้องการสกัดต้องเป็นสารที่ระเหยง่าย        
                -  สารที่ต้องการ  ต้องไม่รวมตัวกับน้ำ เพื่อสะดวกในการแยกออกจากน้ำ เมื่อได้สารที่สกัดแล้ว
3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) ใช้แยกสารออกจากของผสมเนื้อเดียวที่อยู่ในรูปสารละลาย
โดยเลือกตัวทำละลายที่เหมาะสมดังนี้
        - ตัวทำละลายต้องละลายสารที่ต้องการสกัดได้ดี  แต่ไม่ละลายสารอื่น
        - ตัวทำละลายต้องไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ต้องการสกัด
        - สามารถแยกตัวทำละลายออกจากสารที่สกัดได้โดยง่าย  เพื่อนำตัวทำละลายมาใช้อีก  เป็นการประหยัด
        - หาง่าย  ราคาถูก
        ส่วนมากใช้สกัดน้ำมันพืช  ตัวทำละลายที่นิยม  คือ  เฮกเซน
4.โครมาโตกราฟี  (chromatography)
          เป็นวิธีการแยกสารโดยอาศัยความแตกต่างในการละลายและการดูดซับ  เนื่องจากสารแต่ละชนิดจะมีความสามารถในการละลายและการดูดซับได้ต่างกัน  โดยสารที่ละลายได้ดีจะถูกดูดซับได้น้อยแต่เคลื่อนที่ได้เร็ว  ในทางตรงข้าม  สารใดที่ละลายได้น้อยจะถูกดูดซับได้มากเคลื่อนที่ได้ช้า
       
        การหาค่าอัตราการเคลื่อนที่ (Rate of flow ;  Rf )
        สูตร                         Rf     =   ระยะทางที่สารเคลื่อนทีได้ / ระยะทางที่ตัวทำละลายเคลื่อนที่ 
ค่า Rf จะมากน้อย  ขึ้นอยู่กับ
        - ชนิดของตัวทำละลาย
        - ชนิดของตัวดูดซับ
        - สภาวะต่างๆ  เช่น  อุณหภูมิ,  ความดัน
        - ความสามารถในการละลายของสาร
สรุปสาระสำคัญของโครมาโตกราฟีแบบกระดาษ
        - สารชนิดเดียวกันจะมีค่า   Rf   เท่ากัน  ถ้าใช้สภาวะเดียวกัน
        - ค่า   Rf   จะมีค่าไม่เกิน  1  และไม่มีหน่วย
        - ถ้าแยกสารได้หลายสาร  และมีค่า   Rf   ได้หลายค่า  แสดงว่า  สารนั้นเป็นสารไม่บริสุทธิ์  ถ้าแยกได้เพียงชนิดเดียว  จะมีค่า   Rf   ค่าเดียว  แต่สรุปไม่ได้  ว่าสารนั้นเป็นสารบริสุทธ์หรือสารละลาย  เนื่องจากสารบางชนิดไม่มีสี  หรือองค์ประกอบต่างๆ  เคลื่อนที่ได้เท่ากันหรือใกล้เคียงกัน
        ข้อดีวิธีโครมาโตกราฟี
        - ใช้ทดสอบสารตัวอย่างที่มีปริมาณน้อยได้
        - ใช้ทดสอบมั่วไปในทางปริมาณวิเคราะห์ และคุณภาพวิเคราะห์
        - ใช้แยกสารที่มีสีและไม่มีสีได้
        - อาจแยกองค์ประกอบต่างๆ ในของผสมออกจากกันได้
        - ถ้าแยกองค์ประกอบต่างๆ ได้  ก็สามารถสกัดสารออกจากตัวดูดซับได้
        ข้อจำกัดของโครมาโตกราฟี
        เมื่อองค์ประกอบต่างๆ เคลื่อนที่ไปบนตัวดูดซับได้เท่าๆ กัน  จะแยกออกจากกันไม่ได้  หรือแยกได้แต่ไม่บริสุทธิ์  ซึ่งแก้ได้โดย
        - เปลี่ยนตัวทำละลาย
        - เพิ่มความยาวของกระดาษโครมาโตกราฟี
5. การตกผลึก (crystallization)
        เป็นการแยกสารโดยทำสารให้อิ่มตัวที่อุณหภูมิสูง  และปล่อยให้เย็นก็จะตกผลึกออกมา  ได้ของแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต  ซึ่งอาจต้องเลือกตัวทำละลายให้เหมาะสม  ดังนี้
        -     ต้องละลายสารที่ตกผลึกได้มากที่อุณหภูมิสูง 
        -     ต้องละลายที่ที่เจือปนได้ที่อุณหภูมิต่ำ
        -     ไม่ทำปฏิกิริยากับสารที่ตกผลึก  และกำจัดออกง่าย
6. การใช้กรวยแยก (seperating Funnel)
        ใช้แยกของเหลวออกจากของเหลวที่ไม่ละลายซึ่งกันและกัน โดยนำของเหลวผสมเทใส่กรวยแยก  ของเหลวที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า ผเบากว่า) จะอยู่ชั้นบน และของเหลวที่มีความหนาแน่นมากกว่าจะอยู่ชั้นล่าง  จากนั้นค่อยๆ ไขก๊อกแยกของเหลวแต่ละชั้นออกมา
การแยกสาร
        นางนฤมล  สินธุรัตน์  อาจารย์ 1  โรงเรียนกันทรารมณ์  อำเภอกันทรารมย์  จังหวัดศรีสะเกษ