1

ใบความรู้ที่  1.1

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับมาลัย                                                       เวลา             1           ชั่วโมง

...........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  1

  1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

              อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงานการจัดการเกี่ยวกับประวัติ  ศิลปะและวัฒนธรรม  ความเป็นมาของการร้อยมาลัย และเห็นคุณค่าตลอดทั้งประโยชน์ของการร้อยมาลัย

2.เนื้อหาสาระ

ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับมาลัย

         บรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย    โดยเฉพาะการประดิษฐ์ตกแต่งพวงดอกไม้    ใบไม้    ผลไม้  และวัสดุอื่น ๆ  เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาลแล้ว   แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าได้มีการเริ่มต้นมาแต่ในสมัยใดแน่  คงเนื่องมาแต่ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้นั่นเอง  จึงไม่มีหลักฐานใด    ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น     ต่อมาในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี  แต่ครั้งสมัยพระเจ้าอรุณมหาราช   คือพระร่วงเป็นพระเจ้าแผ่นดินมีพระสนมเอก   คือ  ท้าวศรีจุฬาลักษณ์  หรือนางนพมาศ

ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศ      ในสมัยนั้นตามหลักฐาน

ที่อ้างถึงในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธี    12    เดือน     ตอนหนึ่งที่กล่าวถึง   ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ 

ได้คิดตกแต่งโคมลอยให้งดงามวิจิตรกว่าโคมของพระสนมอื่นทั้งปวง     โดยการนำเอาดอกไม้ต่าง 

มาประดิษฐ์ตกแต่ง  และยังได้เอาผลไม้มาทำการแกะสลักตกแต่งประกอบไปด้วย   แต่ก็มิได้มีการอ้างถึงว่า   ในการตกแต่งครั้งนั้นมีการร้อยมาลัยมาประดับตกแต่งด้วยหรือไม่     และในหลักฐานที่อ้างถึงตอนหนึ่งว่า   ในเดือนเมษายนมีพระราชพิธีสนามใหญ่บรรดาเจ้าเมือง  เศรษฐี  คหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า   เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ  พระสนมกำนัลต่าง ๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ  ใส่เมี่ยงหมากถวายให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระราชทานแก่ผู้มาเฝ้าและในครั้งนั้นนางนพมาศก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน  มีระย้าระบายงดงามในขันใส่เมี่ยงหมาก  แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่งเป็นที่เจริญตาและถูกกาละเทศะอีก   สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงทรงบัญญัติว่าถ้าชาวไทยทำการรับแขกเป็นการสนามใหญ่  มีการอาวาหมงคล  หรือวิวาหมงคล   เป็นต้น  ให้ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมากดังนี้  และให้เรียกว่า   พานขันหมาก   

 

 

 

 

2

         ในสมัยรัตนโกสินทร์ทุกรัชกาล  งานฝีมือด้านการประดิษฐ์ดอกไม้ก็เป็นที่ขึ้นชื่อลือชามาก  และก็เป็นที่นิยมประดิษฐ์ในงานต่าง ๆ แทบทุกงาน   โดยเฉพาะงานพิธีต่าง     ในสมัยรัชกาลที่   5   มีพระราชนิยม

การทำดอกไม้ของไทยเป็นอย่างยิ่ง  ไม่ว่าจะมีงานราชพิธีใด ๆ  เจ้านายฝ่ายในต้องประกวดกันจัดแต่งดอกไม้มาถวายให้ทรงใช้ในงานนั้น    เสมอ  พระมเหสีเทวีทุกตำหนักใฝ่พระทัยในการจัดแต่งดอกไม้ไปตาม ๆ กัน  แต่ละพระองค์ก็มีชื่อเสียงในทางต่าง ๆ กัน   สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง

ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมราชินีนาถโปรดเกล้าฯ  ให้ฝึกหัดอบรมข้าหลวงและครูโรงเรียนราชินีให้รู้จักทำดอกไม้แห้งลียนแบบดอกไม้สดด้วย   ทรงส่งเสริมฟื้นฟูการทำดอกไม้เป็นอันมาก   พระองค์เอง

ก็ทรงใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงการทำดอกไม้แบบเก่าให้แปลกพิสดารออกไปอีก   มีพระนามเลื่องลือ

ในการร้อยพวงมาลัย  ซึ่งแต่เดิมมาไทยนิยมร้อยมาลัยด้วย ดอกมะลิ  และเป็นมาลัยสีขาวกลมธรรมดาเท่านั้น  และพลิกแพลงต่างกันไปบ้างก็เป็นมาลัยเกลียว   คือ   มีลวดลายเป็นเกลียวขึ้นไป

         สมเด็จพระพันปีหลวงได้ทรงคิดร้อยมาลัยด้วยดอกไม้ต่าง    และใช้ใบไม้แทรกทำให้มีลวดลายและสีต่าง    กันอย่างงดงาม   และพลิกแพลงทำรูปต่าง    กันด้วย     และในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดี

ศรีพัชรินทรมาตา   ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ   พระพันปีหลวงและสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าพระองค์นี้     พระศพประดิษฐานอยู่ 

  วังสะพานถ่าน ( คือ  ที่ตลาดบำเพ็ญบุญเวลานี้ )  สมเด็จพระพันปีหลวง มีพระราชเสาวณีย์ดำรัสให้ท้าววรคณานันท์ ( ม.ร.ว.ปั้ม  มาลากุล )  จัดทำมาลัยไปประดับพระศพ   เช่น  ตกแต่งตามฉัตรรัดพระโกษและแขวนตามประตู    หน้าต่าง    ตามประเพณีงานใหญ่      ของเจ้านายตลอดงานนี้     มาลัยที่ตกแต่งเปลี่ยนสี    เปลี่ยนรูป   เปลี่ยนแบบเรื่อย  ๆ มา  จึงนับได้ว่าตั้งแต่บัดนั้น   การร้อยมาลัยได้มีการวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าเดิมเป็นต้นมาหลายแบบ      และในระหว่างนั้นท่านเจ้าคุณประยูรวงศ์ก็ได้จัดทำมาลัยครุยขึ้นมา      ท้าววรคณานันท์    เป็นผู้มีชื่อเสียงว่าเป็นเจ้าของมาลัยงามหลายแบบ    และความรู้ความชำนาญในเรื่องร้อยมาลัยนี้ก็ได้สืบต่อมาจนถึง   ม.ล.ป้อง    มาลากุล    ผู้ซึ่งมีความสามารถ  ในเรื่อง  การทำดอกไม้สด

และดอกไม้แห้งเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

        

 

 

1

ใบความรู้ที่  1.2

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                    ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    ประโยชน์ของมาลัย                                                                เวลา             1           ชั่วโมง

.........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  1

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

              อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงานการจัดการเกี่ยวกับประวัติ  ศิลปะและวัฒนธรรม  ความเป็นมาของการร้อยมาลัย และเห็นคุณค่าตลอดทั้งประโยชน์ของการร้อยมาลัย        

2.เนื้อหาสาระ

         มาลัย   หมายถึง   ดอกไม้ประดิษฐ์แบบไทยลักษณะหนึ่ง  โดยการนำดอกไม้  กลีบดอกไม้  ใบไม้ และส่วนต่าง ๆ  ของดอกไม้ที่ร้อยได้  มาร้อยเป็นพวง  มีลักษณะต่าง ๆ กันมากมายหลายแบบ  ตั้งแต่แบบดั่งเดิมจนถึงแบบสมัยใหม่  ซึ่งก็ดัดแปลงมาจากแบบดั่งเดิมนั่นเอง

         ประโยชน์ของมาลัย

         มาลัยมีมากมายหลายชนิด  แต่ละชนิดก็มีหน้าที่ใช้สอยต่าง ๆ กันไปตามโอกาสและความเหมาะสม  ดังนั้นก็จะกล่าวรวม ๆ กัน  มาลัยชนิดต่าง ๆ มีประโยชน์ดังนี้คือ

         1.ใช้สำหรับคล้องคอเป็นเกียรติแก่เจ้าของงาน  เช่น  เจ้าบ่าว-เจ้าสาว  ในงานแต่งงาน  ผู้บังคับบัญชา  หรือผู้มาร่วมงานคนใหม่ในงานเลี้ยงรับผู้มาใหม่  หรือผู้ที่จะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ยังที่ทำงานอื่นในงานเลี้ยงส่งผู้ที่จะจากไปยังที่อื่น  ถ้าจัดงานเป็นพิธีก็มักจะนิยมใช้มาลัยสองชายชนิดสำหรับคล้องคอ  เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้เกียรติแก่บุคคลนั้น ๆ เป็นสำคัญ

         2.ใช้สำหรับคล้องคอเพื่อแสดงความยินดีหรือต้อนรับแขก  เช่น  การต้อนรับแขกต่างประเทศ  อาจใช้มาลัยสองชายสำหรับคล้องคอ  ในตอนที่ไปรับที่สนามบินเพื่อเป็นการบ่งบอกหรือแสดงออกถึงความยินดีที่บุคคลนั้น ๆ ได้มาเยี่ยมเยือน

         3.ใช้สำหรับคล้องคอ  หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี   หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มีชัยชนะในการประกวดต่าง ๆ  เช่น  การประกวดความงาม   การประกวดร้องเพลง   หรือการประกวดการแสดงต่าง ๆ  ฯลฯ

ส่วนใหญ่มักนิยมใช้มาลัยสองชาย   หรืออาจเป็นมาลัยพวงดอกไม้สวย ๆ  ก็ได้ 

         4.ใช้สำหรับคล้องคอ  หรือสวมคอเพื่อแสดงความยินดี  หรือเป็นเกียรติแก่ผู้มีชัยชนะในการแข่งขันต่าง ๆ  เช่น  การแข่งขันกีฬา  กรีฑา   และการละเล่นต่าง ๆ  ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชาย  หรือมาลัยสำหรับสวมคอเช่นกัน

      

 

 

2

         5.ใช้สำหรับมอบให้กับบุคคลผู้มีชื่อเสียง  เพื่อเป็นการรับขวัญ  หรือเพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความรักและศรัทธา  ความนิยมชมชอบ  เช่น  บุคคลสำคัญ  บุคคลดีเด่น  หรือดาราที่เป็นขวัญใจประชาชน   ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชายสำหรับสวมคอ  หรือมาลัยคล้องมือ

         6.ใช้สำหรับทูลเกล้าฯ  ถวายในการรับเสด็จในการเข้าเฝ้าตามโอกาสที่เหมาะสม  ส่วนใหญ่ก็นิยมใช้มาลัยคล้องมือ  ที่เรียกว่า  มาลัยข้อพระกร

         7.ใช้สำหรับมอบให้แก่ประธานหรือแขกผู้ใหญ่ในงาน  เช่น  งานรดน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาว  งานมอบประกาศนียบัตร  งานมอบทุนต่าง ๆ  ซึ่งมักจะใช้มาลัยคล้องมือหรือมาลัยมือถือ

         8.ใช้สำหรับเป็นของชำร่วยแก่แขกที่มาในงาน  เช่น  งานรดน้ำสังข์แก่คู่บ่าวสาวในงานมงคลสมรสที่นิยมใช้คือ  มาลัยชำร่วยขนาดเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มหรือมาลัยตัวสัตว์ขนาดเล็กก็น่ารักและสวยงามดี

         9.ใช้สำหรับสวมคอในงานประเพณีพื้นบ้านของไทยบางท้องถิ่น  เช่น  ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่  นิยมใช้มาลัยพวงดอกมะลิสวมคล้องที่คอ  เช่น  งานเลี้ยงขันโตก  งานทำบุญในวันสงกรานต์  ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  ฯลฯ  ซึ่งผู้ที่มาร่วมในงานนั้นต่างก็สวมมาลัยพวงดอกมะลิ  ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์แบบไทยที่ดีและน่าภาคภูมิใจอย่างหนึ่งเช่นกัน  เพราะนอกจากจะสวยงามดีแล้วยังส่งกลิ่นหอมช่วยสร้างบรรยากาศในงานนั้น ๆ  ให้สดชื่น  สนุกสนานยิ่งขึ้นอีกด้วย

         10.ใช้แขวนประตู  หน้าต่าง  หรือเพดานตามช่องแคบ ๆ  แทนเครื่องแขวนชนิดเล็ก  เช่น  มาลัยโซ่  มาลัยเปีย

         11.ใช้ห้อยแทนเฟื่องดอกรัก  เช่น  มาลัยแบน  มาลัยกลม  มาลัยตัวหนอน  และมาลัยรี

         12.ใช้บูชาพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ  เช่น  มาลัยชายเดียว  หรือมาลัยสองชาย   จะใช้ขนาดพวงเล็กใหญ่ขนาดใดย่อมแล้วแต่ความเหมาะสมเป็นสำคัญ

         13.ใช้แขวนหรือห้อยประดับเครื่องดนตรีไทยในเวลาที่จะเล่น  นอกจากนั้นยังเป็นการกราบระลึกถึงครูบาอาจารย์ผู้ที่ให้ความรู้และอีกประการหนึ่งก็เป็นมิ่งขวัญกำลังใจอีกด้วย  ที่นิยมใช้ก็คือมาลัยซีก  หรือมาลัยกลมขนาดเล็กมีอุบะห้อยเป็นชาย

         14.ใช้ในการประกอบท่ารำของการรำไทยบางชุด  เช่น  ฟ้อนมาลัย  รจนาเสี่ยงพวงมาลัย  หรือชุดเจ้าเงาะรจนา  ฯลฯ  ซึ่งก็นิยมใช้มาลัยชายเดียวพวงขนาดเล็ก  อาจจะเป็นมาลัยซีกหรือมาลัยกลมก็ได้

         15.ใช้ในพิธีบวงสรวงเทพยดาต่าง ๆ  เช่น  พิธีบวงสรวง  พิธีแก้บน  มักจะนิยมใช้มาลัยชายเดียว  มาลัยสองชาย  หรือมาลัยพวงดอกไม้ก็ได้  เช่น  มาลัยสามสี  มาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอก

         16.ใช้สำหรับตกแต่งรัดมวยผม  เช่น  มาลัยซีกดอกมะลิ  หรือมาลัยซีกกลีบกุหลาบ

         17.ใช้ประดิษฐ์เป็นดอกไม้สำหรับจัดแจกัน  หรือจัดตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ  เช่น  มาลัยตุ้มใส่ก้านแข็งมาลัยซีกผูกมัดเป็นดอกไม้

 

 

 

3.

         18.ใช้ในการคารวะผู้ที่เคารพนับถือ  ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว  เช่น  ห้อยคล้องกรอบรูป  ซึ่งมักจะนิยมใช้มาลัยสองชายริบบิ้นสีดำหรือขาว

         19.ใช้ในการประดับตกแต่งงานดอกไม้สดต่าง ๆ  เช่น  มาลัยกลม  มาลัยแบน  มาลัยตัวหนอน  มาลัยลูกโซ่  ฯลฯ

         20.ใช้ในการตกแต่งสิ่งต่าง ๆ  บางโอกาส  เช่น  รัดฐานพระพุทธรูป  รัดธูปเทียนแพ  รัดเอวโกศ  ฯลฯ  ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยซีก  มาลัยกลม  และมาลัยแบน

         21.ใช้แขวนหรือห้อยหน้ารถ   หัวเรือ   รูปปั้นอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ   หรือสิ่งที่เคารพบูชาต่าง    ส่วนใหญ่นิยมใช้มาลัยสองชายหรือมาลัยชายเดียว

         22.ใช้ในการตกแต่งประดับเวที  หรือสถานที่ในงานพิธี  เช่น  ตกแต่งเวทีที่ประทับในงานพระราชทานปริญญาบัตร  ตกแต่งโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงรับรองพิธีใหญ่     ตกแต่งโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส  ฯลฯ   ส่วนใหญ่ที่นิยมใช้   คือ   มาลัยกลม   มาลัยแบน   มาลัยรี  มาลัยตัวหนอน   และมาลัยตุ้ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  2.1

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    การเลือกดอกไม้  ใบไม้ และวัสดุตกแต่ง                                              เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  2

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงานการจัดการเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้  ใบไม้  และวัสดุตกแต่ง

 

2.เนื้อหาสาระ

ดอกไม้และใบไม้สำหรับร้อยมาลัย

        

         1.ชนิดของดอกไม้และใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย

              ดอกไม้ที่ใช้ร้อยทั้งดอก  ได้แก่  ดอกพุดตูม  มะลิตูม  บานไม่รู้โรย  พุทธชาด  ดอกรัก  เล็บมือนาง  เขี้ยวกระแต  ชบาหนู  ประทัด  ฯลฯ

              ดอกไม้ที่ใช่กลีบร้อย  ได้แก่  กุหลาบ  บานบุรี  หงอนไก่  รักเร่  เฟื่องฟ้า  แพงพวย  ฯลฯ

              ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย  ได้แก่   ใบกระบือ   ใบโกสน   ใบแก้ว   ใบมะยม   ชบาด่าง   ใบตองอ่อน  กาบพลับพลึง   ใบก้ามปู  ฯลฯ

         2.การเก็บรักษาดอกไม้และใบไม้

              การเก็บดอกไม้จากต้น  ควรเก็บตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น  หรือตอนพลบค่ำ  การตัดใบตองควรตัดทิ้งไว้ล่วงหน้าก่อนใช้เพื่อให้ใบตองนิ่ม  โดยผึ่งไว้ในที่ร่ม

              ดอกพุดตูม  ให้ล้างด้วยน้ำแกว่งสารส้ม  ใส่ตะแกรงเกลี่ยไว้ในที่ร่ม

              ดอกกุหลาบ  ตัดก้านกุหลาบเฉียง ๆ  ในน้ำเพื่อช่วยให้ก้านดูดน้ำได้มากขึ้น  ควรใช้กรรไกรคม ๆ  ตัดแล้วห่อก้านด้วยใบตองแช่น้ำที่สะอาด ๆ ไว้วางในที่อากาศโปร่งเย็น  ไม่มีลมโกรก  คอยพรมน้ำอยู่เสมอ

              ดอกรัก  อย่าพรมน้ำ  ใส่ตะแกรงคลุมด้วยผ้าขาวบางที่พรมน้ำพอชื้น

              ดอกพุทธชาดและดอกเขี้ยวกระแต  ห่อรวมกันแน่น ๆ  ใส่กระทงไว้ไม่ต้องพรมน้ำ  วางไว้ในที่เย็น

              ดอกบานไม่รู้โรย  ไม่ต้องแก้มัดออก  ตัดก้านให้เท่ากันแล้วแช่ก้านไว้ในน้ำ  พรมน้ำที่ดอก  ใช้ผ้าขาวบางพรมน้ำให้ชุ่มปิดไว้

 

 

 

 

2

              ดอกจำปีดอกจำปา   เด็ดเกสรข้างในออก   ดอกจะไม่บาน   ใส่กระทงหรือถ้าต้องการรักษารูปทรงให้เรียงดอกห่อด้วยใบตองแน่นแล้วพรมน้ำ หรือใช้ผ้าขาวบางพรมน้ำคลุมไว้

              ดอกกล้วยไม้  ไม่ควรพรมน้ำที่ดอก  เพราะจะทำให้ดอกเปลี่ยนสี  เช่น  ดอกแวนด้าสีม่วง  จะกลายเป็นสีขาว

การเลือกดอกไม้  ใบไม้  และวัสดุตกแต่ง

         นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรคำนึงถึง  เช่น  การปลิดกลีบกุหลาบไม่ให้ช้ำจะช่วยให้สดอยู่ได้นานทีเดียวมีขั้นตอนดังนี้  มือซ้ายจับก้านกุหลาบคว่ำลง  มือขวาจับกลีบกุหลาบชั้นบนแล้วค่อยดึงเข้าหาตัว  หมุนก้านกุหลาบออกข้างนอกอย่างช้า ๆ กลีบกุหลาบก็จะหลุดออกโดยไม่บอบช้ำตามที่ต้องการ

         การพับกลีบกุหลาบโดยพับเอาโคนกลีบออกข้างนอกเวลาร้อย   การพับกลีบกุหลาบ  ควรเลือกกุหลาบที่มีโคนกลีบสวย   ไม่มีรอยเว้าแหว่ง    ถือโคนกลีบขึ้นข้างบน    พับทบครึ่งตามความยาวของกลีบ

( เอาด้านสีเข้าไว้ข้างใน )  แล้วพับกลีบกลับออกมาทั้งสองข้าง

         การพับกลีบใบไม้  ใบไม้ที่ใช้ในการร้อยมาลัย   มีวิธีในการพับกลีบในแบบต่าง ๆ  ขึ้นอยู่กับชนิด  ลักษณะ   และรูปทรงของดอกไม้และใบไม้ที่เรามีอยู่ว่า   เหมาะสมกับการพับแบบใดมากที่สุด  ก็ควรใช้วิธีการพับแบบนั้น     ตามโอกาสอันควรด้วย    เพราะดอกไม้   ใบไม้   แต่ละท้องถิ่นแต่ละฤดูกาลนั้นย่อมหาได้ง่ายและยากไม่เหมือนกัน

 

ความสดของดอกไม้

         ดอกไม้และใบไม้ที่ใช้ในการร้อยมาลัย  ควรต้องสดและใหม่อยู่เสมอ  ควรได้รับการดูแลรักษาที่ดีอย่างถูกต้องตามธรรมชาติของดอกไม้ชนิดนั้น ๆ ด้วย  ควรหลีกเลี่ยงการจับต้องอย่างแรง  และในระหว่างการร้อยมาลัยนั้นก็ควรจับต้องดอกไม้  ใบไม้อย่างเบามือ  เพื่อจะได้ไม่เกิดรอยช้ำเหี่ยวเฉาง่าย  สามารถจะคงความสดสวยอยู่ได้นานเท่าที่ควร

 

ความสวยงามของมาลัย

         ความสวยงามของมาลัยนั้นย่อมจะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งต่อไปนี้

         1.สัดส่วนของมาลัย   มาลัยแต่ละแบบแต่ละชนิดนั้นย่อมมีสัดส่วนที่เฉพาะในพวงนั้น ๆ    ซึ่งไม่อาจกล่าวเป็นตัวเลขที่กำหนดเป็นกฎเกณฑ์ได้ตายตัวแน่นอน    แต่ต้องคำนึงถึงสัดส่วนเป็นสำคัญอันดับแรก  โดยจะต้องคำนึงถึงขนาดของมาลัยต่อความยาวของอุบะ   จำนวนขาของอุบะที่ใช้   ขนาดของมาลัยซีกที่จะใช้รัด   และส่วนประกอบอื่น ๆ ทุกชิ้น   ควรจะต้องได้สัดส่วนกันเสมอจึงจะเกิดความงามได้

 

 

 

 

3

         2.สีสันของมาลัย     สีของดอกไม้  ใบไม้ที่ร้อยมาลัยก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งเช่นกัน    ควรจะเป็นสีที่สดใสไม่เศร้าหมอง  ในมาลัยแต่ละชุดแต่ละแบบนั้น    ควรจะใช้สีที่มีความกลมกลืนเข้ากันได้

ในบางส่วน   แต่บางส่วนที่ควรจะเน้นให้เกิดจุดเด่น  ก็ควรจะใช้สีที่ตัดกันจะช่วยเพิ่มความน่าดูและสวยงามขึ้นได้อย่างมาก  เช่น  มาลัยที่ร้อยใส่ลวดลายต่าง ๆ  ควรจะเลือกใช้สีที่ตัดกันเพื่อจะได้เน้นลายให้เด่นชัดขึ้นอย่างชัดเจน

         3.ฝีมือการร้อย    ควรจะต้องมีความประณีตตั้งแต่การตัดกลีบ  ( สำหรับดอกไม้ ใบไม้บางชนิด )

การพับกลีบ  การส่งกลีบ  การร้อยเรียงลำดับได้เรียบเสมอกัน  การผูกมัดไว้ให้เรียบร้อย  สิ่งเหล่านี้ถ้าทำด้วยความประณีตจะทำให้เกิดความสวยงามได้อีกประการหนึ่งเช่นกัน

         4.ความสดของดอกไม้    ดอกไม้หรือใบไม้ที่ใช้ในการร้อยมาลัย    ควรจะต้องสดและใหม่อยู่เสมอ

ควรได้รับการดูแลรักษาที่ดีอย่างถูกต้องตามธรรมชาติของดอกไม้ชนิดนั้น ๆ ด้วย  ควรหลีกเลี่ยงการจับต้องอย่างแรง  และในระหว่างการร้อยมาลัยนั้นก็ควรจับต้องดอกไม้  ใบไม้อย่างเบามือ  เพื่อจะได้ไม่เกิดรอยช้ำเหี่ยวเฉาง่าย    สามารถจะคงความสดอยู่ได้นานเท่าที่ควร

วิธีการแต่งตัวมาลัย

         เมื่อร้อยมาลัยครบทุกส่วนแล้วจึงนำส่วนประกอบต่าง ๆ  นั้นมาผูกมัดเข้าด้วยกันจนกระทั่งสำเร็จเป็นพวงที่สมบูรณ์  ซึ่งมีหลักทั่วไปดังนี้

         1.สำรวจและตกแต่งตัวมาลัยให้เรียบร้อย

         2.ผูกอุบะกับตัวมาลัย

         3.ผูกมาลัยซีกปิดรอยต่อระหว่างอุบะกับมาลัย

         4.ผูกมาลัยกับริบบิ้น ( ถ้าเป็นมาลัยที่ผูกกับริบบิ้น  เช่น  มาลัยสองชาย  มาลัยชายเดียวผูกกับริบบิ้นสำหรับถือ  และมาลัยชำร่วย )

การเก็บรักษามาลัยที่ทำเสร็จแล้ว

         มาลัยที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่จะใช้ก็ควรจะต้องมีวิธีการเก็บรักษาที่ดีเพื่อให้พวงมาลัยสดสวยอยู่ได้นานเท่าที่ควร  ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกันคือ

         1.วางในถาดที่รองด้วยใบตอง    แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดให้หมาด    เก็บไว้ในที่เย็น

แต่ลมไม่โกรก  วิธีนี้นิยมใช้กับการเก็บระยะเวลาไม่นานนัก

         2.ใส่ถุงพลาสติกวางหรือแขวนไว้ในที่เย็น    แต่ลมไม่โกรก   วิธีการนี้นิยมใช้กับการเก็บในระยะเวลานานกว่าวิธีการแรก

         3.ใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ในช่องเก็บผักสดของตู้เย็น    วิธีการนี้ใช้กับวิธีการเก็บในระยะเวลานาน

สักหน่อย   เช่น    การเก็บนานหลาย ๆ ชั่วโมงหรือการเก็บค้างคืน

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  2.2

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    การทำดอกข่า                                                                                      เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  2

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

              สามารถทำดอกข่าได้

2.เนื้อหาสาระ

การทำดอกข่า

              ดอกข่า  คือ  ดอกไม้ที่ประดิษฐ์จากกลีบดอกไม้ให้มีรูปร่างลักษณะเป็นตุ้มค่อนข้างยาวปลายรีแหลมคล้ายกับดอกข่าจริง  ใช้สำหรับทำดอกตุ้มของอุบะ

              ดอกไม้ที่นิยมใช้ทำดอกข่า  ได้แก่   กุหลาบ   พุด   มะลิ   ดอกไม้อื่นบางชนิด   ก็สามารถนำมาทำดอกข่าได้   แต่ว่ายังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย   เนื่องจากว่าใช้เวลาในการประดิษฐ์มาก  หรือทำแล้วไม่คงทนต่อการใช้เท่าที่ควร

              วิธีการทำดอกข่ามี  2  วิธี

              1.การเย็บ

              2.การมัด

              การทำดอกข่าโดยวิธีการเย็บ   เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายเพราะมีความมั่นคงไม่หลุดง่ายในขณะทำ  เหมาะสำหรับผู้ที่หัดทำใหม่  ใช้ฝึกหัดทำให้เกิดความชำนาญก่อนโดยไม่ท้อแท้ใจ  มีวิธีการและขั้นตอนดังนี้

              1.ตัดใบตองกว้างประมาณ  2  นิ้ว  ยาว  2  นิ้ว  จำนวน  1  ชิ้น  นำกลีบกุหลาบขนาดเล็กวางทาบที่มุมซ้ายด้านบนของใบตอง  แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายค่อย ๆ ม้วนใบตองเข้ามาให้เป็นหลอดกลม

              2.ใช้เข็มเย็บให้กลีบชั้นที่ 1  ติดกับม้วนใบตอง  ใช้ด้ายพันรอบแล้วเย็บให้แน่นอีกครั้งหนึ่ง

              3.เริ่มนำกลีบชั้นที่  2  จำนวน  2  กลีบ  โดยการพับกลีบกระพุ้ง ( ขวาทับซ้าย )  แล้วนำมาวางประกบเข้าหากลีบชั้นที่  1  กลีบชั้นที่  2 นี้   ต้องลดลำดับปลายกลีบต่ำลงมากว่าปลายกลีบชั้นที่  1  เล็กน้อย  ใช้ด้ายพันแล้วเย็บอีกครั้ง  จึงใส่กลีบที่  2  ให้วางด้านตรงข้ามกับกลีบแรกของชั้นที่  2  โดยให้ลักษณะกลีบประกบเข้าหากันใช้ด้ายพันแล้วเย็บให้แน่น

              4.การเย็บกลีบชั้นที่  3  ใช้วิธีการพับและเย็บกลีบเช่นเดียวกับชั้นที่  2  แต่ใช้จำนวนกลีบ  3  กลีบ   โดยพยายามวางให้สับหว่างและเลี่ยงหว่างบ้าง  แต่ทั้ง  3  กลีบให้วางประกบโดยรอบชั้นที่  2  ลดลำดับปลายกลีบให้ต่ำกว่าปลายกลีบชั้นที่  2  เล็กน้อยพอสวยงาม

 

 

 

2

              5.การเย็บกลีบชั้นที่  4  ใช้จำนวน  4  กลีบ   ใช้วิธีการพับและเย็บเช่นเดียวกับชั้นที่   2  และ 3 

วางกลีบประกบเข้ากับชั้นที่  3   โดยวางให้สับหว่างและเลี่ยงหว่างกันบ้าง  เว้นระยะกลีบทั้ง  4 ให้เท่ากัน

เรียงรอบชั้นที่   3  ลดลำดับปลายกลีบให้ต่ำลงมากว่าปลายกลีบของชั้นที่  3  เล็กน้อย  เมื่อทำครบจำนวนกลีบตามต้องการแล้ว  เย็บให้แน่นแล้วตัดด้ายที่เหลือออก  จากนั้นก็ตัดก้านส่วนที่เป็นใบตอง  ควรตัดห่างจากรอยเย็บด้ายลงมาประมาณ ½  ซ.ม.

              การทำดอกข่าวิธีนี้  ส่วนมากใช้ประมาณ  4  นิ้ว  ถ้าต้องการดอกเล็กก็ใช้กลีบ  3  ชั้น  แต่ถ้าต้องการดอกใหญ่ก็เพิ่มเป็น  4 – 5  ชั้น

              การทำดอกข่าโดยวิธีการมัด    เป็นวิธีที่ทำไม่ยากนัก  เหมาะสำหรับผู้ที่ชำนาญแล้ว  หรือผู้ที่ต้องทำจำนวนมาก    เพราะจะสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีการเย็บ    แต่วิธีนี้จะเป็นการยากและลำบากใจแก่ผู้หัดทำใหม่ ๆ  เพราะว่าถ้ามัดแน่นเกินไปกลีบก็จะฉีกขาด    แต่ถ้ามัดหลวมกลีบดอกก็จะหลุด  หรือเคลื่อนที่ได้

จะทำให้รูปทรงของดอกข่าไม่สวยเท่าที่ควร  การมัดดอกข่ามีวิธีทำตามขั้นตอนดังนี้

              1.ตัดใบตองกว้างประมาณ   2  นิ้ว   ยาว   4   นิ้ว  จำนวน  1  ชิ้น  ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของมือขวาจับปลายใบตองด้านบนริมขวามือ    ม้วนเฉียงลงมาเป็นลักษณะรูปกรวยยอดแหลมม้วนไปจนกระทั่งสุด

ใบตองอีกด้านหนึ่ง

              2.เลือกกลีบกุหลาบขนาดเล็กจำนวน  2  กลีบ  นำกลีบที่  1  พับกระพุ้ง ( ขวาทับซ้าย )  ประกบเข้ากับยอดแหลมของกรวยใบตองในข้อ  1  ใช้ด้ายมัดให้แน่นโดยใช้วิธีทำด้ายเป็นห่วงคล้องแล้วมัดให้แน่น

อีกกลีบหนึ่งก็ทำเช่นเดียวกัน   แต่วางกลีบประกบตรงข้ามกับกลีบแรกวางปลายกลีบทั้งสองให้เท่ากันและชิดกัน

              3.เลือกกลีบกุหลาบขนาดกลางจำนวน  3  กลีบ  พับกลีบเป็นกระพุ้งวางประกบกับกลีบชั้นแรก  แต่ลดปลายกลีบลงมาต่ำกว่าปลายกลีบของชั้นที่  1  เล็กน้อย  มัดให้แน่น  ทำเช่นเดียวกันนี้ทั้ง  3  กลีบโดยรอบ  ชั้นแรกควรวางระยะห่างแต่ละกลีบให้เท่ากันด้วย ( กลีบแรกควรวางให้สับหว่างกับชั้นแรก )

              4.เลือกกลีบกุหลาบขนาดใหญ่จำนวน   4   กลีบ    พับกลีบให้เป็นกระพุ้งวางประกบโดยรอบกลีบชั้นที่  2  กลีบแรกวางให้สับหว่างกับชั้นที่   2   ลดปลายกลีบให้ต่ำลงมากว่าปลายกลีบชั้นที่   2   เล็กน้อย

ใช้ด้ายพันและมัดให้แน่นกลีบต่อ ๆ ไปทำเช่นเดียวกัน  ควรเว้นระยะห่างระหว่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน  เรียงต่อกันโดยรอบ  มัดให้แน่น  จากนั้นก็ตัดปลายได้ที่เหลือออก  แล้วตัดก้านส่วนที่เป็นใบตอง  ควรตัดห่างจากรอยได้ที่มัดไว้ลงมาประมาณ ½  ซ.ม.

              ถ้าต้องการดอกข่าที่ใหญ่กว่านี้ก็เพิ่มจำนวนชั้นให้มากกว่านี้เป็น  4  ชั้น  และชั้นที่  4  ก็ใช้กลีบขนาดใหญ่จำนวน  4  กลีบ  วางให้สับหว่างกับกลีบในชั้นที่  3  ลดปลายกลีบต่ำลงมากว่าชั้นที่  3  เล็กน้อยพอสวยงาม

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  3.1

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    งานมาลัย ( ประเภทของมาลัย )                                                          เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  3

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงาน  การจัดการเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ใบไม้ และวัสดุตกแต่งในงานมาลัยได้    

         2.เลือก  ใช้  ซ่อมแซม  ดัดแปลง  เก็บ  บำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการร้อยมาลัยได้

   

2.เนื้อหาสาระ

ประเภทของมาลัย

         1.ถ้าแบ่งตามหน้าที่ใช้สอยมีดังนี้

              1.1มาลัยชายเดียว   หมายถึง  มาลัยที่มีลักษณะเป็นพวงกลมมีอุบะห้อยเป็นชายเพียงพวงเดียว

ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า  มาลัยมือ,  มาลัยข้อมือ, หรือ  มาลัยคล้องแขน   ก็ได้   ถ้าใช้ในการทูลเกล้าฯ  ถวาย

ก็เรียกว่า  มาลัยข้อพระกร   มาลัยชายเดียวนี้ใช้สำหรับคล้องมือ  คล้องแขน  หรือบูชาพระ

 

              1.2.มาลัยสองชาย  หมายถึง  มาลัยที่นิยมผูกต่อกับริบบิ้น  หรือโบว์ทั้งสองชาย  และมีอุบะห้อยชายมาลัยข้างละพวง    มาลัยสองชายนี้   ใช้สำหรับคล้องคอบุคคลสำคัญในงานนั้น ๆ    ใช้แขวนหน้ารถ 

หรือหัวเรือก็ได้   บางคนเรียกมาลัยประเภทนี้ว่า   มาลัยคล้องคอ   ถ้าใช้คล้องคอเจ้าบ่าวเจ้าสาว   เรียกว่า  มาลัยบ่าวสาว

 

              1.3มาลัยชำร่วย   หมายถึง  มาลัยขนาดเล็ก ๆ น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม  สำหรับมอบให้กับบุคคลจำนวนมากเป็นของชำร่วย  ตอบแทนการขอบคุณที่มาร่วมงานนั้น ๆ

 

 

 

 

 

          

 

2

2.ถ้าแบ่งตามลักษณะรูปแบบของการร้อย  มีดังนี้คือ

              2.1มาลัยซีกหรือ มาลัยเสี้ยว   หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเพียงครึ่งวงกลม หรือน้อยกว่านั้น

              2.2มาลัยกลม  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลมรูปทรงตามยาวตรง  และขนานกันไปตลอดเข็ม

              2.3มาลัยแบน  หมายถึง  มาลัยที่มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปยาวตามกลีบ  ปลายกลีบของด้านตรงข้ามยาวประมาณจดแนวเส้นรอบวง  แต่ปลายกลีบของด้านขวางและด้านตรงข้ามแคบ

              2.4มาลัยรี  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปรี  รูปทรงตามยาวตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

              2.5มาลัยสามเหลี่ยม   หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูสามเหลี่ยมด้านเท่า  รูปทรงตามยาวทั้งสามด้านตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

              2.6มาลัยสี่เหลี่ยม  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวาง เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส  รูปทรงตามยาวทั้งสี่ด้านตรงขึ้นไปตลอดเข็ม

              2.7มาลัยตุ้ม   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปวงกลมขนาดเล็ก

 แล้วค่อย    ใหญ่ขึ้นทีละน้อย   ช่วงกลางป่องโค้งมนแล้วค่อย    ลดให้เล็กลงทีละน้อยจนมีขนาดเท่ากับตอนขึ้นต้น   รูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียวช่วงกลางโค้งมน

              2.8มาลัยตัวหนอน   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลม   จากเล็ก

แล้วค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นทีละน้อยช่วงกลางป่องโค้งมน    แล้วค่อย ๆ  ลดลงจนกระทั่งเล็กเท่ากับตอนขึ้นต้น

รูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียวช่วงกลางป่องโค้งมน  คล้ายมาลัยตุ้มแต่ยาวกว่า

              2.9มาลัยตัวหนอนคู่   หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปกลมเล็กแล้วค่อย ๆ  ใหญ่ขึ้น  ช่วงกลางป่องโค้งมนแล้วค่อย ๆ ลดให้เล็กลง  จนกระทั่งเท่ากับตอนขึ้นต้น  ซึ่งคล้ายกับมาลัยตุ้ม  รูปทรงตามยาวเหมือนมาลัยตุ้มสองตุ้ม  ร้อยต่อในเข็มเดียวกันนั่นเอง

              2.10มาลัยสามกษัตริย์  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยด้วยดอกบานไม่รู้โรยกรองเป็นชั้น ๆ ขนาดเท่ากันทุกชั้น  ร้อยคล้องต่อกันสามวงโดยใช้ดอกบานไม่รู้โรยสามสี  คือ สีแดง  ชมพู  และขาว

              2.11มาลัยพวงดอกไม้  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยด้วยดอกไม้เรียงต่อกันเป็นสายยาวแล้วนำมาผูกมัดต่อกันเป็นวง

 

        

 

 

 

 

3

 3.ถ้าแบ่งตามลักษณะโครงร่างโดยทั่วไปมีดังนี้

              3.1มาลัยตัวสัตว์   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยให้เป็นรูปร่างลักษณะคล้ายตัวสัตว์   เช่น  หนู   กระรอก  กระแต   กระต่าย   ชะนี  ฯลฯ

              3.2มาลัยลูกโซ่   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลมหรือมาลัยซีก  แล้วนำเอามาผูกคล้องต่อกันตั้งแต่สองวงขึ้นไป  ให้มีลักษณะเป็นห่วง ๆ  คล้องกันคล้ายโซ่

              3.3มาลัยเปีย  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลม และมาลัยตุ้ม  นำมาประกอบเข้าเป็นพวง  โดยเอามาลัยกลมผูกต่อกันเป็นวงอยู่ตรงกลาง  ส่วนบนและล่างร้อยต่อด้วยมาลัยตุ้มด้านละ  1  ตุ้ม

              3.4มาลัยเถา  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยจากมาลัยซีกแล้วนำมาผูกต่อกันเป็นวงกลม  วงละขนาดตั้งแต่ขนาดใหญ่และค่อย ๆเล็กลงตามลำดับ  โดยวางเรียงซ้อนกันลักษณะเป็นเถา

              3.5 มาลัยครุย   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยจากมาลัยกลมขนาดใหญ่   มีอุบะห้อยตุ้งติ้งคล้ายระบาย

เป็นครุยโดยรอบทั้งด้านในและด้านนอก   ใช้สำหรับสวมสะพายจากไหล่ขวามาซ้ายคล้ายกับการห่ม

สไบเฉียงเมื่อนุ่งจูงกระเบนนั่นเอง

              3.6มาลัยดอกกล้วยไม้  หมายถึง  มาลัยที่ร้อยด้วยดอกกล้วยไม้ล้วน ๆ  เป็นส่วนของตัวมาลัย  ไม่ต้องร้อยดอกอย่างอื่นแซมเป็นลวดลายใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  3.2

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    ส่วนประกอบของมาลัย  ความหมายของคำต่าง ๆที่ใช้ในงานมาลัย    เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  3

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงาน

การจัดการเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ใบไม้ และวัสดุตกแต่งในงานมาลัยได้    

         2.เลือก  ใช้  ซ่อมแซม  ดัดแปลง  เก็บ  บำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการร้อยมาลัยได้

  

2.เนื้อหาสาระ

 

ส่วนประกอบของมาลัย

                   1.ตัวมาลัย

                   2.อุบะ

                   3.ซีก

                   4.ริบบิ้น

 

         1.ตัวมาลัย  อาจใช้เป็นมาลัยกลม  มาลัยแบน  มาลัยรี  มาลัยสามเหลี่ยม  มาลัยสี่เหลี่ยม  มาลัยตุ้ม  ฯลฯ

         2.อุบะ ที่นิยมใช้ห้อยประดับพวงมาลัย ได้แก่  อุบะแขก อุบะพู่  และอุบะตุ้งติ้ง ( สำหรับห้อยมาลัยตุ้ม )

         3.ซีก  ที่ใช้ผูกรัดรอยต่อระหว่างตัวมาลัยกับอุบะนั้น  ควรเป็นซีกที่มีขนาดสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวมาลัย  แต่ก็ไม่ควรเล็กจิ๋วหรือใหญ่โตเทอะทะเกินไป  ซึ่งมองดูแล้วจะทำให้สัดส่วนของพวงมาลัย ไม่ดีเท่าที่ควร

         4.ริบบิ้น  นับว่าเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่ง  สำหรับพวงมาลัยที่ใช้คล้องคอ  มาลัยชำร่วย  มาลัยมือถือที่ให้แก่ประธานหรือแขกผู้ใหญ่ ( ในบางแบบ )

 

 

 

 

 

 

2

ความหมายของคำต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงานมาลัย

1.เข็มมาลัย

         เป็นเข็มเหล็กยาวประมาณ   12 – 14  นิ้ว   ปลายแหลมมี   2   ขนาด   ขนาดเล็กใช้กับงานละเอียด 

ส่วนขนาดใหญ่ใช้กับงานดอกไม้ดอกใหญ่หรือดอกไม้ที่มีกลีบใหญ่ ๆ  เวลาซื้อควรต้องเลือกให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ  ด้วย

 

2.เข็มสั้นหรือเข็มมือ

         หมายถึง  เข็มสั้นธรรมดาใช้สำหรับเย็บดอกข่า  เย็บโบว์  หรือร้อยอุบะก็ได้  ปกติมักจะใช้เบอร์  8  และเบอร์  9

 

3.ด้าย

         ด้ายที่ใช้ในงานมาลัยมี  2  ขาด  คือ  ขนาดใหญ่  และขนาดเล็ก

         ด้ายร้อยมาลัย  ใช้เส้นใหญ่ ( สีขาว ) ควรใช้ด้ายคู่

         ด้ายร้อยอุบะ  ใช้เส้นเล็ก ( สีขาว )  เบอร์  40  หรือ เบอร์  60

         ด้ายสำหรับเย็บหรือมัดดอกข่า  ใช้เส้นเล็ก  ควรใช้สีเดียวกับกลีบดอกไม้ที่ใช้ทำตุ้มดอกข่า

 

4.ดอกตุ้ม

         เป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งของอุบะที่อยู่ส่วนล่างสุด   เช่น   ดอกกุหลาบตูม   ดอกจำปี  ดอกจำปา  ดอกบานไม่รู้โรย   ดอกชบาหนู   ดอกกล้วยไม้   หรือดอกข่าประดิษฐ์  ฯลฯ

 

5.ดอกข่า

         เป็นดอกไม้ที่ประดิษฐ์ให้มีลักษณะคล้ายดอกข่าใช้แทนดอกตุ้มของอุบะ   อาจประดิษฐ์จากกลีบกุหลาบ   ดอกพุด   ดอกมะลิ  ฯลฯ

 

6.อุบะ

         เป็นส่วนที่ใช้สำหรับห้อยชายมาลัย  เพื่อให้เกิดความสวยงาม  น่ารักยิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

3

7.ซีก

         เป็นมาลัยประเภทหนึ่งที่มีลักษณะรูปทรงตามขวางเพียงเสี้ยวหนึ่งถึงครึ่งวงกลม  สำหรับนำไปผูกรัดเป็นมาลัยลูกโซ่  หรือสำหรับผูกปิดรอยต่อของมาลัยเพื่อให้เกิดความสวยงามยิ่งขึ้น

 

8.แป้น

         หมายถึง   ส่วนที่เป็นที่สำหรับรองรับดอกไม้ที่ร้อยอยู่ในเข็มมาลัย  และยังใช้สำหรับปิดท้ายของการร้อยมาลัยเมื่อจบเข็มแล้วเป็นการช่วยกันมิให้ดอกไม้ชั้นสุดท้ายรวนหรือหลุดล่วงไปได้ง่าย  ในขณะทำการรูดมาลัยออกจากเข็ม

 

9.ส่งกลีบหรือส่งก้าน

         หมายถึง  ความยาวช่วงระยะระหว่างปลายกลีบ  หรือปลายดอกถึงจุดที่เข็มแทง

 

10.หน้าเรียบ

         หมายถึง   การส่งกลีบหรือส่งก้านดอกให้ปลายเสมอกัน   มองดูแล้วได้ระดับเรียบร้อยสวยงาม

 ไม่สูง ๆ  ต่ำ ๆ  หรือโค้งเว้าเป็นคลื่น

 

11.กรอง

         หมายถึง  วิธีการประดิษฐ์ดอกไม้วิธีหนึ่ง  โดยการนำเอาดอกไม้บางชนิด  เช่น  ดอกบานไม่รู้โรยมาเฉือนให้เป็นแว่นบาง ๆ ด้วยมีดคม ๆ แล้วนำมาร้อยด้วยเข็มทีละแว่นว้อนกันจนยาวพอต้องการที่จะนำไปใช้ในงานนั้น ๆ  ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า  กรองดอกบานไม่รู้โรย

 

12.ประคำดอกรัก

         หมายถึง  วิธีการประดิษฐ์ดอกรักให้มีรูปร่างลักษณะกลม ๆ คล้ายลูกประคำ  โดยการเลือกดอกรักสีเดียวกัน  ขนาดดอกเท่ากันจำนวน  2  ดอก  ผ่าตามกลีบทั้งห้าสักเล็กน้อยแล้วนำมาประกบกัน  ประคำดอกรักนี้สามารถจะนำมาเรียงเถาแล้วร้อยเป็นสายอุบะก็ได้

 

13.แต่งตัว

         หมายถึง  การนำส่วนต่าง ๆ  ของมาลัยมาประกอบเข้าด้วยกันจนสำเร็จตามลำดับขั้นตอนให้มีรูปร่างครบถ้วนถูกต้องได้สัดส่วน  และสวยงามตามแบบของมาลัยประเภทนั้น ๆ

 

 

4

14.วาสลิน

         เป็นน้ำมันชนิดหนึ่งใช้สำหรับทาเข็มมาลัยก่อนร้อย  ขณะร้อยเพื่อให้การรูดมาลัยออกจากเข็มได้ง่าย  สะดวกขึ้น  และสำหรับไว้ทาเข็มมาลัยที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งเป็นการรักษาเข็มอย่างถูกวิธีด้วย

 

15.ริบบิ้นหรือโบว์

         หมายถึง  ส่วนที่จะใช้ผูกติดกับมาลัยสำหรับคล้องคอ  หรือใช้มือถือก็ได้  อาจเป็นริบบิ้นที่ทำจากผ้า  ไนลอน   ฟาง   พลาสติก   หรือริบบิ้นเงิน   ริบบิ้นทอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  3.3

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    วัสดุอุปกรณ์ในการร้อยมาลัย                                                              เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  3

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงาน

การจัดการเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ใบไม้ และวัสดุตกแต่งในงานมาลัยได้    

         2.เลือก  ใช้  ซ่อมแซม  ดัดแปลง  เก็บ  บำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการร้อยมาลัยได้

 

2.เนื้อหาสาระ

 

วัสดุและอุปกรณ์ในการร้อยมาลัย

วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นในการร้อยมาลัย  มีดังต่อไปนี้

         1.ดอกไม้    ดอกไม้ที่ใช้ในการร้อยมาลัย  ได้แก่    กุหลาบ    มะลิ    เฟื่องฟ้า    บานบุรี    กล้วยไม้  ผกากรอง  (ดอกตูม )   กะเม็ง   พุด   พุทธชาด   เขี้ยวกระแต   หางนกยูง ( ดอกตูม )   ดอกหญ้า   พังพวย  เล็บมือนาง   มากาเร็ต ( ดอกตูม )   เบญจมาศน้ำ ( ดอกตูม )   บานไม่รู้โรย   ประทัด   พิกุล   ดอกรัก  ฯลฯ

         2.ใบไม้   ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย   ได้แก่    ใบกระบือ    ใบแก้ว    ใบมะยม   ใบพังพวย   ใบจามจุรี

ใบดอนหญ้าขาว   ใบดอนหญ้าแดง   ใบหมากผู้หมากเมีย   ใบชบา   ใบโกสน  ฯลฯ

         3.เข็มมาลัย   มีสองขนาด   คือ   ขนาดเล็กและขนาดใหญ่   แต่ก็ต่างกันไม่มากนัก   ควรจะเลือกใช้

ให้เหมาะสมกับงาน    ถ้างานรอยดอกไม้เล็ก ๆ   หรือกลีบเล็ก ๆ   ก็ควรใช้เข็มมาลัยขนาดเล็ก   แต่ถ้าร้อยดอกไม้ดอกใหญ่   หรือดอกไม้ที่มีกลีบใหญ่ ๆ  ก็ควรใช้เข็มมาลัยขนาดใหญ่และยาวกว่า

         4.เข็มสั้นหรือเข็มมือ  ปกติใช้เบอร์  8 , เบอร์  9อย่างชนิดยาว  เพราะเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุด

         5.ด้าย   มีสองขนาด   คือ  ใหญ่และเล็ก    ขนาดใหญ่สำหรับร้อยมาลัย   ขนาดเล็กสำหรับร้อยอุบะ

เย็บหรือมัดดอกข่า   และเย็บริบบิ้นหรือโบว์

 

 

 

 

 

 

2

 

         6.ใบตอง  สำหรับไว้ปูพื้นก่อนวางดอกไม้  ใบไม้  ห่อดอกไม้  และทำแป้น

         7.กระดาษทราย  สำหรับไว้ขัดเข็มมาลัย  เข็มมือเมื่อมีสนิมเกาะ  ควรเลือกใช้เบอร์  0  เพราะมีความละเอียดที่สุด

         8.มีดเล็ก  มีดบางคม ๆ สำหรับไว้ตัดดอกไม้  เช่น  ดอกบานไม่รู้โรย

         9.กรรไกร  ควรมี  2  ขนาด  คือ  ขนาดเล็กและขนาดกลาง

             9.1ขนาดเล็กปลายแหลมคม   ใช้สำหรับตัดกลีบดอกไม้   ใบไม้

             9.2ขนาดกลาง    สำรับตัดใบตองและด้ายในบางโอกาส

         10.คีม  สำหรับไว้จับเข็มมาลัย  ขณะที่ทำการรูดมาลัยออกจากเข็ม

         11.น้ำมันวาสลิน    สำหรับไว้ทาเข็มมาลัยก่อนร้อย   ขณะร้อยและก่อนจะรูดมาลัยออกจากเข็ม

( ควรทาตั้งแต่จากใต้แป้นใบตองมายังก้นเข็มตรงร้อยด้าย )

         12.กะละมัง   สำหรับไว้พักดอกไม้  ใบไม้

         13.ถาด   สำหรับใส่ดอกไม้   ใบไม้   และอุปกรณ์ในการร้อยมาลัย

         14.แก้วน้ำหรือขันน้ำเล็ก   สำหรับใส่น้ำไว้พรมดอกไม้ขณะร้อย

         15.ทีฉีดน้ำ   ควรใช้ชนิดที่ปรับให้เป็นละอองฝอย ๆ ได้  สำหรับไว้พรมดอกไม้  ใบไม้จำนวนมาก

         16.ผ้าขาวบาง   สำหรับไว้คลุมดอกไม้เพื่อให้สดอยู่ได้นาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  3.4

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    ขั้นตอนต่าง ๆในการร้อยมาลัย                                                            เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  3

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.อธิบายความหมาย  ความสำคัญ  ประโยชน์  หลักการ  วิธีการ  ขั้นตอน  กระบวนการทำงาน

การจัดการเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้ใบไม้ และวัสดุตกแต่งในงานมาลัยได้    

         2.เลือก  ใช้  ซ่อมแซม  ดัดแปลง  เก็บ  บำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ในการร้อยมาลัยได้

        

2.เนื้อหาสาระ

 

ขั้นตอนต่าง ๆ ในการร้อยมาลัย

การเตรียมเข็มมาลัย

         1.ตรวจดูเข็มมาลัยว่าตรงหรือไม่  ถ้ามีส่วนใดโค้งงอจะต้องคลึงให้ตรงเสียก่อน  โดยวางเข็มมาลัยลงบนพื้นเรียบแล้วใช้ไม้เรียบ ๆ วางทับเข็ม  คลึงไปมาแบบเดียวกับการคลึงลวดในการทำดอกไม้แห้งนั่นเอง

         2.ตรวจดูว่าเข็มเป็นสนิมหรือไม่ ถ้าเป็นต้องใช้กระดาษทรายชนิดละเอียดเบอร์ 0 ขัดให้สะอาดเสียก่อน

         3.ใช้น้ำมันวาสลินทาเข็มให้ลื่น  แล้วเช็ดให้สะอาด

 

การเตรียมแป้นใบตอง

         ก่อนอื่นจะต้องสำรวจดูว่าจะร้อยมาลัยอะไรบ้าง   จำนวนกี่เข็ม   ก็ควรทำแป้นให้ครบ   โดยถือหลักเกณฑ์ว่าการร้อยมาลัย   1   เข็ม   จะต้องใช้แป้นใบตอง   2   อัน   ขนาดเท่ากัน   คือ  ขนาดใหญ่กว่ามาลัย

ที่จะร้อยเล็กน้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2

การถือเข็มมาลัย

         จะต้องถือเข็มด้วยมือซ้าย  ควรถือให้ถนัดแน่นและมั่นคง  จะอยู่ระหว่าง  3.5  นิ้ว  นับจากก้นเข็มขึ้นมา  เวลาจะพับกลีบดอกไม้ในการร้อยมาลัยจะต้องใช้มือขวาพับ  เพราะว่ามือซ้ายยังต้องถือเข็มอยู่  แต่ใช้วิธีดังนี้คือ  ใช้นิ้วนางและนิ้วก้อยมือซ้ายจับเข็มปัดเข็มให้เหออก  แล้วใช้มือซ้ายเพียงหัวแม่มือและนิ้วชี้ช่วยมือขวา  จับปลายกลีบดอกที่พับไว้เท่านั้น

 

การปลิดกลีบกุหลาบ

         นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องทำให้ถูกวิธี   เพื่อให้กลีบที่ปลิดออกมาแล้วจะได้ไม่บอบช้ำ

ซึ่งจะช่วยคงความสวยสดอยู่ได้นานทีเดียว   มีขั้นตอนละวิธีการดังนี้คือ  ใช้มือซ้ายจับก้านดอกกุหลาบ

คว่ำลง   มือขวาจับกลีบกุหลาบชั้นบนแล้วค่อยดึงเข้าหาตัว   หมุนก้านกุหลาบออกข้างนอกอย่างช้า 

กลีบกุหลาบก็จะหลุดออกโดยไม่บอบช้ำตามที่ต้องการ

 

การตัดกลีบดอกไม้และใบไม้

         ดอกไม้และใบไม้บางอย่างที่ใช้ร้อยมาลัย  เช่น  ดอกเฟื่องฟ้า  ดอกบานบุรี  ใบกระบือ  ใบแก้ว  ใบมะยม  ใบชบา ฯลฯ  ก่อนจะนำมาร้อยต้องตัดกลีบให้มีขนาดรูปทรงดังนี้ก่อน

 

 

 

 

                                             ระวังอย่าให้ปลายแหลมหรือป้านเกินไปจะทำให้พับกลีบ

                                                               แล้วไม่สวยเท่าที่ควร

 

การพับกลีบดอกไม้

         ดอกไม้บางอย่างที่ใช้ร้อยมาลัย  มีวิธีการพับกลีบดังนี้

         1.การพับกลีบ  โดยพับเอาโคนกลีบออกข้างนอกในเวลาร้อย  เช่น  การพับกลีบกุหลาบ  ควรเลือกกลีบกุหลาบที่มีโคนกลีบสวยไม่มีรอยเว้าแหว่ง  ถือโคนกลีบขึ้นข้างบน  พับทบครึ่งตามยาวของกลีบ  ( เอาด้านสีเข้มไว้ข้างใน ) แล้วพับทบกลีบกลับออกมาทั้งสองข้าง  การพับกลีบวิธีนี้เมื่อร้อยแล้วมองดูจะสังเกตได้ว่ากลีบค่อนข้างเรียวแหลม

 

                                                   

3

         2.การพับกลีบโดยพับเอาปลายกลีบออกข้างนอกในเวลาร้อย   เช่น   กลีบกุหลาบควรเลือกกุหลาบกลีบไม่ใหญ่นัก  และควรเป็นกลีบขนาดเดียวกัน  โดยพับทบครึ่งเอาด้านสีเข้มเข้าข้างในแล้วพับทบกลีบออกทั้งสองข้าง  การพับกลีบแบบนี้เมื่อร้อยแล้วมองดูจะสังเกตได้ว่ามาลัยสีเข้ม  และมีลักษณะกลีบกลมมนกว่าการพับกลีบแบบแรก

         3.การพับกลีบดอกไม้โดยวิธีพับแบบเอาปลายกลีบออกข้างนอกอีกแบบหนึ่ง  คือ  ม้วนกลีบทางด้านริมขวามือเข้ามาเป็นรูปหลอดกลม ๆ

         การพับกลีบแบบนี้อาจใช้สำหรับร้อยแตงลวดลาย  เช่น  กลีบกุหลาบ  กลีบบานบุรี  กลีบกล้วยไม้มาดาม ฯลฯ  เพื่อให้เกิดลวดลายที่เด่นและแปลกออกไปจากกลีบที่ร้อยเป็นพื้นของมาลัยนั้น ๆ

 

การพับกลีบใบไม้

         ใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย  มีวิธีการพับกลีบใบแบบต่าง ๆ ดังนี้

         1.การพับกลีบทบครึ่งแล้วทบกลีบออกมาทั้งสองข้าง  การพับกลีบแบบนี้จะต้องตัดใบไม้ให้มีรูปทรงดังนี้ก่อน

ควรวางด้านปลายใบขึ้นข้างบนเสมอและควรหลีกเลี่ยง

                                                                                    เส้นกลางใบด้วยเพราะถ้ามีเส้นกลางใบติดอยู่ที่กลีบ

                                                                                 จะทำให้มองดูรู้สึกแข็งกระด้างเกินไป  และไม่ควรใช้

                          ใบอ่อนจะเหี่ยวง่าย

       

 2.การพับกลีบใบแบบทบครึ่งธรรมดาโดยไม่ต้องทบกลีบออกข้าง  จะต้องตัดใบก่อนแล้วพับดังนี้

                                                                                  การพับกลีบแบบนี้จะเห็นได้ว่า  ถึงแม้จะเป็นใบไม้ที่         

                                                                                     เล็กหรือแคบก็ใช้ได้ใบไม้ที่แข็งกรอบแตกง่าย  ควรใช้  

                        วิธีการพับแบบนี้

 

3.การพับกลีบใบแบบม้วนเป็นหลอดกลมเหมือนกับการพับกลีบดอกในข้อ 3  แต่การพับแบบนี้จะต้องตัดกลีบดังนี้  และใบไม้ควรมีความกว้างและความยาวพอเพียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

4

         การพับกลีบดอกไม้และใบไม้ย่อมขึ้นอยู่กับชนิด   ลักษณะและรูปทรงของดอกไม้และใบไม้ที่เรามีอยู่ว่าเหมาะสมกับการพับแบบใดมากที่สุด  ก็ควรใช้วิธีการพับแบบนั้น ๆ ตามโอกาสอันสมควรด้วย  เพราะดอกไม้  ใบไม้แต่ละท้องถิ่นแต่ละฤดูกาลนั้นย่อมหาได้ง่ายและยากไม่เหมือนกัน

 

การทำแป้นใบตอง

         ขนาดของแป้นใบตองนั้นขึ้นอยู่กับมาลัยที่จะร้อย  ควรให้แป้นใบตองมีขนาดใหญ่กว่ามาลัยที่จะร้อยเล็กน้อย  ไม่ควรให้ใหญ่หรือเล็กมากเกินไป  เพราะจะทำให้เกิดความไม่เหมาะสมและไม่สะดวกในตอนที่จะรูดมาลัยออกจากเข็ม  วิธีการพับแป้นใบตองมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

         1.ฉีกใบตองขนาดเท่ากัน  2  ชิ้น ( ขนาดกว้าง 1.5  นิ้ว )  ตัดหัวและปลายให้เรียบร้อย  วางซ้อนทางด้านแข็งทำมุมฉากซึ่งกันและกัน

         2.พับริมใบตองด้านแข็งชิ้นที่  1  ทบเข้ามาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่ากับขนาดความกว้างของใบตอง

ที่ฉีกไว้

         3.พับริมใบตองชิ้นที่  2  ทบลงมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่ากับความกว้างของใบตองเช่นกัน

         4.มือขวาจับใบตองชิ้นที่  1  ด้านขวามือทบมาทางซ้าย

         5.ใช้มือขวาจับใบตองชิ้นที่  2  ทบขึ้นไปทางด้านบน

         6.กลับใบตองหงายขึ้นใช้มือขวาจับชิ้นที่  1  ทบมาทางซ้าย

         7.จับใบตองชิ้นที่  2  ทบลงมาด้านล่าง

         8.กลับใบตองหงายขึ้น  มือขวาจับชิ้นที่  2 ทบลงมา  และมือซ้ายจับชิ้นที่  1  ทบลงมาทางขวา

         9.กลับใบตองหงายขึ้น  ตัดปลายใบตองชิ้นที่  2  ส่วนที่เหลือทิ้งไป ( ถ้าใบตองช่วงยาวเกินไป )

         10.ตัดริมทั้งสองของปลายใบตองชิ้นที่  1ให้เล็กลงนิดหน่อย  เพื่อสะดวกและง่ายต่อการสอดเก็บปลายให้เรียบร้อย

 

วิธีการร้อยมาลัย

         ก่อนที่จะร้อยมาลัยจะต้องใส่หรือร้อยแป้นใบตองก่อน  1  แป้น  อยู่ในระดับเหนือมือที่จับเข็มมาลัย  ใช้วาสลินทาเข็มให้ลื่นแล้วจึงเริ่มร้อยกลีบแรก  โดยต้องร้อยจากทางด้านซ้ายสุดแล้วกลีบต่อ ๆ มา  ค่อยหมุนตามเข็มนาฬิกา  แต่ละชั้นก็ควรให้สับหว่างกันด้วยขณะร้อย  ต้องหมั่นทาวาสลินที่เข็มด้วย  โดยเฉพาะดอกไม้ใบไม้ที่มียางมาก ๆ และต้องพรมน้ำบางตามความเหมาะสม  เมื่อร้อยจบเข็มแล้ว  จะต้องใส่หรือร้อยแป้นใบตองปิดทับอีก  1  แป้น

 

 

 

 

5

วิธีการรูดมาลัยออกจากเข็ม

         1.พรมน้ำดอกไม้ให้ทั่วเข็มกะว่าให้เปียกถึงเข็ม ( ถ้าเป็นดอกพุดไม่ต้องพรมเพราะดอกพุดจะบานง่าย )

         2.ทาน้ำมันวาสลินตั้งแต่ใต้แป้นใบตองจนถึงก้นเข็ม

         3.คนหนึ่งจับคีมหนีบเข็มมาลัยด้านปลายเอาไว้ให้มั่นคง  อีกคนหนึ่งใช้มือขวาจับเข็มหลวม ๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้  แต่ใช้นำหนักจากนิ้วกดลงบนแป้นใบตองที่ปิดคลุมมาลัยอยู่  ส่วนมือซ้ายจับเข็มหลวม ๆ ใต้แป้นด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้  ดันแป้นใบตองขึ้นเล็กน้อย  พร้อมกับเอานิ้วกลางละนิ้วนางเข้าหนีบประกบเข็มไว้ด้วย  เพื่อกันมิให้มาลัยรวนเสียรูปทรงและลวดลาย

         4.ตกลงให้สัญญาณซึ่งกันและกันทั้งสองคนว่าจะดึงเข็มและรูดมาลัยพร้อม    กัน  โดยอาจใช้วิธีนับ

1 , 2, 3     ก็ได้  เมื่อมาลัยหลุดออกพ้นเข็มแล้วให้หยุดดึงได้  แต่คนที่ดึงหรือรูดมาลัยยังจะต้องค่อย ๆ ประกอบมาลัยอยู่ระหว่างช่วงกลางของด้าย  แล้วจัดดอกให้เรียงเข้าที่เดิมให้เรียบร้อยด้วย

         5.ถ้ารูดมาลัยออกจากเข็มแล้ว  เกิดการหดหรือเบียดแน่นเกินไป  ก็ควรตกแต่งปรับรูปทรงให้ดีขึ้น  โดยใช้วิธีถือปลายด้ายข้างละมือทั้ง  2  คน   แล้วขยับเขยื้อนดึงด้ายไปมาเล็กน้อย   มาลัยก็จะคลายขยายตัวออกได้แต่ไม่ควรดึงมาก  จะทำให้มาลัยยืดยานเกินไปก็เสียรูปทรงได้เช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  4

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    มาลัยซีก                                                                                              เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  4

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.1จุดประสงค์ปลายทาง

                        สามารถร้อยมาลัยซีกได้

         1.2จุดประสงค์นำทาง

                        1.บอกความหมายของคำว่า  มาลัยซีกได้

                        2.เลือกดอกไม้  ใบไม้  มาร้อยมาลัยซีกได้

                        3.บอกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการร้อยมาลัยซีกได้

                        4.บอกขั้นตอนในการร้อยมาลัยซีกได้

                        5.บอกหน้าที่ใช้สอยของมาลัยซีกได้

                        6.ร้อยมาลัยซีกได้

 

2.เนื้อหาสาระ

 

มาลัยซีก

         มาลัยซีกหรือเสี้ยว   หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเพียงครึ่งวงกลมหรือน้อยกว่า  ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน  เช่น  มาลัยซีกสามหลัก  มาลัยซีกห้าหลัก  มาลัยซีกเจ็ดหลัก  และ มาลัยซีกเก้าหลัก

         มาลัยซีกขนาดเล็กที่สุด  หรือเรียกมาลัยเสี้ยว หรืออาจเรียกว่า มาลัย  2 – 1 ก็ได้  คือ มาลัยซีกสามหลัก

         มาลัยซีกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด  คือ  มาลัยซีกสิบเอ็ดหลัก   หรืออาจเรียกว่า   มาลัย  6 – 5 ก็ได้

         การเรียกชื่อมาลัยแต่ละชนิดนั้น  จะเรียกตามลักษณะแนวตามยาวเป็นหลัก  เช่น  มาลัยซีกสามหลัก  มาลัยซีกห้าหลัก  มาลัยซีกเจ็ดหลัก  มาลัยซีกเก้าหลัก  แต่บางคนจะเรียกสั้น ๆ ว่า  ซีก  3 ,  ซีก  5 ,  ซีก  7    

ซีก  9  และบางครั้งก็เรียกตามลักษณะของการร้อยเช่น  2 – 1  ( สองหนึ่ง )  มาลัย  3 – 2 ,  มาลัย  4 – 3  และมาลัย  5 – 4

 

 

 

 

 

2

         ดอกไม้ที่นิยมใช้ร้อยมาลัยซีกโดยทั่วไป  ได้แก่  ดอกกุหลาบ  ดอกพุด  กลีบดอกรัก  แกนกลางดอกรัก  เปลือกดอกรัก  และดอกมะลิ

         ดอกไม้  ใบไม้ที่นิยมร้อยเป็นลายมาลัยซีก  ได้แก่  ดอกกะเม็ง  ดอกผกากรอง  ( ดอกตูม )  และใบไม้ต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับร้อยมาลัย

         มาลัยซีกมี  2  แบบ  คือ  แบบพื้นล้วน ๆ  และแบบมีลาย

 

วิธีการร้อยมาลัยซีก  มีหลักสำคัญดังนี้

         1.จะต้องเริ่มต้นร้อยจำนวนกลีบมาก  และจบการร้อยด้วยจำนวนกลีบน้อยเสมอ  เช่น  มาลัยซีกเจ็ดหลัก  จะต้องเริ่มร้อยแถวแรก  =  4   กลีบ    แถวที่  2   =   3  กลีบ

         2.แต่ละแถวจะต้องร้อยให้กลีบสับหว่างกันเสมอ

         3.พยายามเลือกกลีบขนาดเท่า ๆ กัน  และเวลาร้อยจะต้องส่งกลีบให้เท่ากันทุกกลีบและทุกแถวด้วย  เมื่อเวลาร้อยเสร็จแล้ว  จะเห็นเป็นแนวหรือแถวตามยาวขึ้นไปอย่างชัดเจนเป็นระเบียบสวยงาม  ซึ่งเรียกว่าหลักนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนผังมาลัยซีกแบบต่าง ๆ

3

มาลัยซีกสามหลัก  หรือ มาลัย  2 – 1

แถวที่  14                                        0

แถวที่  13                                     0    0

แถวที่  12                                        0

แถวที่  11                                     0    0

แถวที่  10                                        0

แถวที่  9                                       0    0

แถวที่  8                                          0

แถวที่  7                                       0    0

แถวที่  6                                          0

แถวที่  5                                       0    0

แถวที่  4                                          0

แถวที่  3                                       0    0

แถวที่  2                                          0

แถวที่  1                                       0    0

หลักที่                                          1 2 3

0  = กลีบกุหลาบ  รือดอกพุด  หรือดอกมะลิ

วิธีทำ

แถวที่  1  กุหลาบ  2  ร้อยเรียงต่อกันในลักษณะไม่เกินครึ่งวงกลม

แถวที่  2  กุหลาบ  1  ร้อยอยู่ระหว่างกลีบที่  1 กับ 2  ของแถวที่  1

แถวที่  3,5,7,9,11 และ 13  ร้อยเหมือนแถวที่  1

แถวที่  4,6,8,10,12 และ 14  ร้อยเหมือนแถวที่  2

หมายเหตุ   จะร้อยจำนวนกี่แถวก็ได้แล้วแต่โอกาสใช้สอยว่าต้องการความยาวเท่าใด  แต่ควรจบลงด้วยแถว  กุหลาบ  1   เสมอ  เพื่อเวลาผูกรัดจะได้ต่อกันพอดี

          

 

 

มาลัยซีกห้าหลัก  หรือ มาลัย  3 – 2

แถวที่  14                                         0      0

แถวที่  13                                     0      0      0

แถวที่  12                                         0      0

แถวที่  11                                     0      0      0

แถวที่  10                                         0      0

แถวที่  9                                       0      0      0

แถวที่  8                                           0      0

แถวที่  7                                       0      0      0

แถวที่  6                                           0      0

แถวที่  5                                       0      0      0

แถวที่  4                                           0     0

แถวที่  3                                       0      0      0

แถวที่  2                                           0      0

แถวที่  1                                       0      0      0

หลักที่                                          1  2  3  4  5

0= กลีบกุหลาบ  รือดอกพุด  หรือดอกมะลิ

วิธีทำ

แถวที่  1  กุหลาบ  3  ร้อยเรียงต่อกันในลักษณะไม่เกินครึ่งวงกลม

แถวที่  2  กุหลาบ  2ร้อยเรียงต่อกัน  โดยกลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของแถวที่  1  และกลีบที่  2 ร้อยอยู่ระหว่างกุหลาบกุหลาบกลีบที่  2  กับ  3  ของแถวที่  1

แถวที่  3,5,7,9,11 และ 13  ร้อยเหมือนแถวที่  1

แถวที่  4,6,8,10,12 และ 14  ร้อยเหมือนแถวที่  2

หมายเหตุ   จะร้อยจำนวนกี่แถวก็ได้ย่อมแล้วแต่ความยาวที่ต้องการ แต่ควรจบลงด้วยแถวกุหลาบ 2 เสมอ  เพื่อเวลาผูกรัดจะได้ต่อกันพอดี

4

หน้าที่ใช้สอยของมาลัยซีก

         1.ใช้รัดปิดรอยต่อมิให้เห็นปม  หรือความไม่เรียบร้อย

         2.ใช้คล้องต่อกันเป็นมาลัยลูกโซ่

         3.ใช้ทำเป็นมาลัยลูกโซ่

         4.ใช้ทำเป็นมาลัยเถา

         5.ใช้ผูกรัดทำเป็นดอกทัดหู

         6.ใช้ผูกรัดทำเป็นดอกไม้สำหรับปักแจกัน  หรือ  จัดดอกไม้แบบต่าง ๆ

         7.ใช้รัดมวยผม

         8.ใช้เป็นส่วนประกอบตกแต่งงานประดิษฐ์ดอกไม้สดของไทยบางอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1

ใบความรู้ที่  5

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    มาลัยตุ้ม                                                                                              เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  5

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.1จุดประสงค์ปลายทาง

                        สามารถร้อยมาลัยตุ้มได้

         1.2จุดประสงค์นำทาง

                        1.บอกความหมายของคำว่า มาลัยตุ้มได้

                        2.เลือกดอกไม้  ใบไม้  สำหรับร้อยมาลัยตุ้มได้

                        3.บอกวัสดุอุปกรณ์ในการร้อยมาลัยตุ้มได้

                        4.อธิบายขั้นตอนในการร้อยมาลัยตุ้มได้

                        5.บอกประโยชน์และหน้าที่ใช้สอยของมาลัยตุ้ม

                        6.สามารถร้อยมาลัยตุ้มได้

 

2.เนื้อหาสาระ

 

มาลัยตุ้ม

         มาลัยตุ้ม   หมายถึง   มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปกลม  โดยเริ่มต้นจะเป็นวงกลมขนาดเล็กแล้วค่อย  ๆ ใหญ่ขึ้น   หรือกว้างขึ้นทีละน้อยมาถึงประมาณช่วงกลางแล้วค่อย ๆ  ลดลงทีละน้อย  ให้มีขนาดเท่ากับตอนแรก     จนกระทั่งเหมือนตอนขึ้นต้น    ส่วนลักษณะรูปทรงตามยาวนั้นคล้าย

ดอกบัวตูม    ช่วงหัวท้ายเรียว    ตรงกลางป่องโค้งมน    มาลัยตุ้มขนาดเล็กสุดนิยมร้อย   9   ชั้น

และขนดใหญ่ที่สุด  15  ชั้น  การร้อยมาลัยตุ้มจำนวนชั้นจะต้องเป็นเลขคี่เสมอ  เช่น  9 , 11 , 13  และ  15

        

         มาลัยตุ้มมี   2   แบบ

         1.แบบมีลาย

         2.แบบไม่มีลาย

 

 

 

2

         วิธีการร้อยมาลัยตุ้ม  มีหลักสำคัญดังต่อไปนี้

         1.จะต้องเริ่มต้นร้อยด้วยดอกเล็ก  หรือกลีบเล็กก่อนควรส่งก้านหรือส่งกลีบสั้นที่สุด  และชั้นต่อ ๆ ไป

ควรส่งก้านให้ยาวขึ้นทีละน้อย    จนถึงช่องราวประมาณครึ่งเป็นช่วงที่มีความป่องโตเต็มที่   เท่ากับขนาดที่ต้องการ  ( ช่อง  2 – 3  แถว ตรงกลาง )   แล้วค่อย    ส่งก้านสั้นลงทีละน้อย  ย้อนกลับมาเท่ากับขนาดตอนขึ้นต้น

       

         2.ความยาวของมาลัยตุ้มประมาณ  2.5  นิ้ว – 3.5  นิ้ว   ต้องระวังอย่าร้อยให้ยาวนัก  เพราะมองดูแล้ว

จะกลายเป็นมาลัยตัวหนอนไป

 

         3.การขึ้นต้นมาลัยตุ้มนั้น จำนวนดอกหรือกลีบไม่แน่นอนย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของดอกหรือกลีบด้วยว่า  มีขนาดเล็กหรือใหญ่ ถ้าดอกใหญ่หรือกลีบใหญ่ก็ขึ้นจำนวนกลีบน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมในชั้นต่อ  ๆ ไป    เช่น   ถ้าดอกพุดตูม    ดอกมะลิตูม   ( ขนาดเล็ก )   หรือกลีบกุหลาบ   จะขึ้นต้นประมาณ  5  ดอก   หรือ  5  กลีบ    แต่ถ้าเป็นดอกบานไม่รู้โรยจะขึ้นต้นเพียง  1  ดอกเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3

แผนผังมาลัยตุ้มแบบไม่มีลาย

มาลัยตุ้มขนาด  9  ชั้น

    แถวหรือชั้นที่                                                                                                                       จำนวนกลีบ

    9                                                                 0        0        0        0        0                                                  5

    8                                                           0        0         0        0        0        0                                             6

    7                                                      0       0         0         0        0        0        0                                        7

    6                                                  0       0        0         0        0        0        0       0                                    8

    5                                              0      0        0        0         0        0        0        0                                        8

    4                                                  0       0        0         0        0        0        0        0                                   8

    3                                                      0        0        0         0        0        0        0                                        7

    2                                                           0        0         0        0        0        0                                             6

    1                                                                0         0        0        0        0                                                  5

    กลีบที่                                                        1        2         3        4        5

0         =  ลีบกุหลาบ

    วิธีทำ

    ชั้นที่  1  กุหลาบ  5  ร้อยโดยรอบเข็ม  จัดวางระยะห่างระหว่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน

    ชั้นที่  2  กุหลาบ  6  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  1  กลีบต่อ ๆ ไป

                  ก็ร้อยให้สับหว่างกันไปเรื่อย )

    ชั้นที่  3  กุหลาบ  7  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  2 )

    ชั้นที่  4  กุหลาบ  8  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  3 )

    ชั้นที่  5  กุหลาบ  8  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่   1  ของชั้นที่ 4 )

    ชั้นที่  6  กุหลาบ  8  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  5 )

    ชั้นที่  7  กุหลาบ  7  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  6 )

    ชั้นที่  8  กุหลาบ  6  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  7 )

    ชั้นที่  9  กุหลาบ  5  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  8 )

 

    หมายเหตุ    การร้อยกลีบในแต่ละชั้น    ให้สับหว่างกันทุกชั้น   ชั้นที่   4 ,  5  และ  6   เป็นชั้นที่อยู่ในช่วงที่กว้างสุดของมาลัยแบบนี้   เมื่อร้อยออกมาแล้วจะได้มาลัยตุ้มที่มีลักษณะรูปทรงที่สวยงาม   เพราะมีช่วงตรงกลางป่องมนกลมกลืนกัน

 

4

แผนผังมาลัยตุ้มแบบมีลาย

มาลัยตุ้มลายขนมเปียกปูนสอดไส้แบบที่  1

    แถวหรือชั้นที่                                                                                                                      จำนวนกลีบ

    13                                                              0        0        0        0        0                                                  5       

    12                                                        0        0         0        0        0         0                                             6        

    11                                                    0       0         0         0        0        0        0                                        7

    10                                                0       0        0         x        0        0        0                                             7

    9                                              0       0       0        x         x        0        0         0                                       8

    8                                          0       0       0       x        @       x        0        0         0                                   8

    7                                               0       0      x       @       @       x         0        0        0                              9

    6                                          0       0       0      x         @       x        0        0        0                                    9     

    5                                               0      0       0        x         x        0        0        0                                         8

    4                                                   0       0       0         x        0        0        0                                              7

    3                                                        0      0        0        0         0         0         0                                       7

    2                                                            0       0        0         0        0        0                                              6

    1                                                                0         0       0          0       0                                                   5

    กลีบที่                                                        1        2        3         4        5

0         =  กลีบกุหลาบ

x     =  ใบกระบือหรือใบแก้ว หรือใบมิอื่น ๆ

@   =   ดอกหญ้าผักคราด ( ผักเผ็ด )  หรือดอกเบญจมาศน้ำ หรือกลีบบานบุรี

    วิธีทำ

    ชั้นที่  1  กุหลาบ  5  ร้อยโดยรอบเข็ม  จัดวางระยะห่างระหว่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน

    ชั้นที่  2  กุหลาบ  6  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  1  ส่วนกลีบอื่น ๆ  

                  ก็สับหว่างไปเรื่อย ๆ )

    ชั้นที่  3  กุหลาบ  7  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  2 )

    ชั้นที่  4  กุหลาบ  3  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  3 )ใบ  1  กุหลาบ  3

    ชั้นที่  5  กุหลาบ  3  (  กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  4 )ใบ  2  กุหลาบ  3

    ชั้นที่  6  กุหลาบ  3  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  5 )  ใบ  1  ดอกหญ้า  1 

                  กุหลาบ  3

   

 

 

5

    ชั้นที่  7   กุหลาบ  2  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  6 )  ใบ  1  ดอกหญ้า  2

                   ใบ  1  กุหลาบ  3

    ชั้นที่  8   กุหลาบ  3  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของชั้นที่  7 )  ใบ  1  ดอก

                   หญ้า  1  ใบ  1  กุหลาบ  3

    ชั้นที่  9   กุหลาบ  3  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  8 )  ใบ  2  กุหลาบ  3

    ชั้นที่ 10  กุหลาบ  3  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  9 )  ใบ  1  กุหลาบ  3

    ชั้นที่  11 กุหลาบ  7  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  10 )

    ชั้นที่  12 กุหลาบ  6  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  11 )

    ชั้นที่  13 กุหลาบ  5  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกุหลาบกลีบที่  1  กับ  2  ของชั้นที่  12 )

 

    หมายเหตุ      การร้อยกลีบดอกไม้หรือดอกไม้ส่วนที่เป็นลายนั้น จะต้องส่งกลีบหรือส่งก้านให้ปลายกลีบหรือปลายดอกเสมอกับปลายกลีบกุหลาบที่ร้อยเป็นพื้นอยู่ในชั้นนั้น ๆ  ด้วย

 

    หน้าที่ใช้สอยของมาลัยตุ้ม

         1.ใช้เป็นมาลัยชำร่วยให้แก่แขกที่มาในงาน     เช่น    งานหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีมงคลสมรส  หรือในโอกาสต่าง ๆ

         2.ใช้เป็นส่วนประกอบตกแต่งในงานประดิษฐ์ดอกไม้สดของไทย    เช่น   งานเครื่องแขวนดอกไม้สดของไทย

         3.ร้อยใส่ไม้ไผ่แหลม ๆ  ต่อก้านแล้วปักแจกัน  หรือจัดดอกไม้สดในโอกาสต่าง ๆ

         4.ใช้เป็นส่วนประกอบของมาลัยเปีย

         5.ใช้เป็นส่วนประกอบของมาลัยครุย

         6.ใช้ประกอบเป็นมาลัยคล้องมือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                     

 

1

ใบความรู้ที่  6

วิชา     ช่างร้อยมาลัย        รหัสวิชา   ง 32214                                                ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่    2

เรื่อง    มาลัยกลม                                                                                            เวลา             2           ชั่วโมง             ..........................................................................................................................................................................

ใช้ประกอบการสอน  แผนการจัดการเรียนรู้ที่  6

1.ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

         1.1จุดประสงค์ปลายทาง

                        สามารถร้อยมาลัยกลมได้

         1.2จุดประสงค์นำทาง

                        1.บอกความหมายของคำว่า มาลัยกลมได้

                        2.เลือกดอกไม้  ใบไม้  สำหรับร้อยมาลัยกลมได้

                        3.บอกวัสดุอุปกรณ์ในการร้อยมาลัยกลมได้

                        4.อธิบายขั้นตอนในการร้อยมาลัยกลมได้

                        5.บอกประโยชน์และหน้าที่ใช้สอยของมาลัยกลม

                        6.สามารถร้อยมาลัยกลมได้

 

2.เนื้อหาสาระ

 

มาลัยกลม

         มาลัยกลม   หมายถึง  มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลม  และรูปทรงตามยาวตรง  และขนานกันไปตลอดเข็ม   นิยมร้อยตั้งแต่ขนาด   6   กลีบขึ้นไป   จนถึง   12   กลีบ   หรือมากกว่านี้ก็ได้  ย่อมแล้วแต่ชนิดของดอกไม้  ถ้าดอกเล็กหรือกลีบเล็กก็จะใช้จำนวนกลีบมาก  แต่ถ้าดอกไม้ดอกใหญ่หรือกลีบใหญ่ก็ใช้จำนวนกลีบน้อย

        

         มาลัยกลมแบ่งออกเป็น  2  แบบใหญ่ ๆ  ด้วยกัน คือ

         1.มาลัยกลมแบบไม่มีลาย  หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  มาลัยเกลี้ยง  หรือ  ตอน   หมายถึง  มาลัยกลมที่ร้อยด้วยกลีบดอกไม้    หรือดอกไม้   หรือใบไม้ล้วน    ไม่มีลวดลายใด     และเป็นสีเดียวกันตลอด

เช่น    มาลัยกลีบกุหลาบ    มาลัยกลมดอกพุด    มาลัยกลมดอกมะลิ    มาลัยกลมกลีบดอกรัก  มาลัยกลมดอกบานไม่รู้โรย  ฯลฯ

 

 

2

         2.มาลัยกลมแบบมีลาย  หรือบางคนเรียกว่า  มาลัยกลมยกดอก   หมายถึง   มาลัยกลมที่ร้อยใส่ลวดลายต่าง ๆ  ลงไป   ลายที่นิยมใช้สำหรับร้อยใส่มาลัยกลม   ได้แก่   ลายประเภทลายเกลียว    ลายคดกริช

ลายตาประชุม   และลายประกอบ   มาลัยแบบนี้มักนิยมร้อยด้วยดอกพุดหรือกลีบกุหลาบ   เป็นพื้นและลวดลายที่ร้อยใส่ลงไปนั้นมักจะใช้ดอกไม้    กลีบดอกไม้    หรือใบไม้ที่มีสีสด     หรือสีที่ติดกันหรือสีที่มองแล้วเด่นเพื่อที่จะได้เห็นลวดลายชัดเจนสวยงาม

      

         วิธีการร้อยมาลัยกลม  มีหลักที่สำคัญดังนี้

         1.คัดเลือกดอกหรือกลีบดอกให้ขนาดเท่า ๆ กัน

         2.การส่งกลีบหรือก้านดอก  จะต้องให้ยาวเท่า ๆ กันทุกกลีบ  หรือทุกดอกทั้งในแถวเดียวกันและระหว่างแถวด้วย  เพื่อให้มาลัยที่ร้อยเสร็จแล้วนั้นมีสัดส่วน  และรูปทรงสวยงาม  ดังนั้นในการร้อยดอกไม้แต่ละดอกหรือแต่ละกลีบ  ควรจะต้องวัดก้านก้านก่อนแทงใส่เข็ม

         3.ร้อยแถวแรก  หรือชั้นแรกให้เป็นวงกลม  จัดระยะห่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน  โดยเริ่มร้อยกลีบแรกเรียงจากซ้ายวนไปทางขวา  ( ตามเข็มนาฬิกา )  จนครบจำนวนกลีบตามต้องการ

         4.ร้อยแถวที่   2   โดยวางกลีบให้สับหว่างกับกลีบในแถวแรกทุกกลีบจนครบ   จำนวนกลีบเท่ากับ

แถวที่  1  และแถวต่อ ๆ ไปก็ทำเช่นเดียวกัน  ข้อควรระวัง  คือ  ทก ๆ แถวจะต้องมีจำนวนกลีบเท่ากันและสับหว่างกันทุกแถวด้วย  ถ้าแถวใดจำนวนกลีบลดน้อยลงหรือเพิ่มขึ้นแสดงว่าจะต้องร้อยสับหว่างผิด

         5.มาลัยกลมแบบไม่มีลาย   ร้อยเรียงวนโดยรอบเข็ม   ควรจัดระยะห่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน   เมื่อร้อยครบจำนวนกลีบในแถวที่  1   ตามต้องการ   แล้วก็เริ่มร้อยแถวที่  2  โดยกลีบแรกของแถวที่  2  นี้  จะต้องอยู่ระหว่างกลีบสุดท้าย และกลีบที่   1  ของแถวที่  1และกลีบต่อ    ไป  ก็ร้อยให้สับหว่างเช่นกันทุกแถว  และจำนวนกลีบของแต่ละแถวก็ต้องเท่ากันด้วย

         6.มาลัยกลมแบบมีลาย    ถ้าลายด้านเดียวจะขึ้นต้นจำนวนกี่กลีบก็ได้    แต่ถ้าเป็นมาลัยกลมแบบมีลายสองด้าน    จะต้องขึ้นจำนวนกลีบคู่เสมอ    นิยมขึ้น    8    หรือ    10   กลีบ    หรือมากกว่านั้น

( ถ้าเป็นมาลัยที่มีขนาดใหญ่ )  วิธีการร้อยก็เรียงวนโดยรอบเข็มเช่นกัน   พอถึงลวดลายก็ร้อยกลีบที่มีสีต่างไปจากสีกลีบที่ร้อยเป็นพื้นอยู่เดิมแล้วนั่นเอง    จะร้อยลายอะไรนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการหรือเห็นว่าสวยงามเหมาะสมเป็นสำคัญ

 

 

 

 

 

 

 

 

3

แผนผังมาลัยกลมแบบไม่มีลาย

มาลัยกลม  6  กลีบ

    แถวที่  14       0      0      0      0      0      0

    แถวที่  13           0      0      0      0      0      0

    แถวที่  12               0      0      0      0      0      0

    แถวที่  11                   0      0      0      0      0      0

    แถวที่  10                       0      0      0      0      0      0

    แถวที่  9                             0      0      0      0      0      0

    แถวที่  8                                 0      0      0      0      0      0

    แถวที่  7                                     0      0      0      0      0      0

    แถวที่  6                                         0      0      0      0      0      0

    แถวที่  5                                             0      0      0      0      0      0

    แถวที่  4                                                 0      0      0      0      0      0

    แถวที่  3                                                     0      0      0      0      0      0

    แถวที่  2                                                         0      0      0      0      0      0

    แถวที่  1                                                             0      0      0      0      0      0

    กลีบที่                                                                1      2      3      4      5      6

 

         0  =   ดอกไม้  หรือกลีบดอกไม้  หรือใบไม้ที่ใช้ร้อยมาลัย

    วิธีทำ

    แถวที่  1  ดอก  6  โดยรอบเข็มจัดระยะห่างแต่ละดอกให้เท่ากัน

    แถวที่  2  ดอก  6  ( ดอกแรกอยู่ระหว่างดอกสุดท้ายกับดอกที่  1  ของแถวที่  1  ดอกต่อ ๆ ไปก็สับหว่าง

                   กับดอกในแถวที่ 1 ทุกดอกจนครบจำนวน 6 ดอกถ้าขาดหรือเกินกว่านี้แสดงว่าร้อยสับหว่างผิด )

 

    หมายเหตุ     มาลัยกลมแบบไม่มีลาย    สามารถร้อยได้ไม่ยากนัก   โดยร้อยจำนวนกลีบเท่ากันทุกแถว

ส่งกลีบหรือส่งก้านให้เท่ากันทุกกลีบ    กลีบแต่ละแถวร้อยให้สับหว่างกันทุกแถวร้อยไปจนกระทั่งได้

ความยาวตามต้องการ

 

 

 

 

4

         มาลัยกลีบดอกรัก

         กลีบดอกรักที่ผ่าออกเป็นกลีบ ๆ  หนึ่งดอกจะได้  5  กลีบ   นิยมนำมาร้อยมาลัยกลม  ข้อสำคัญควรจะต้องเลือกดอกรักดอกใหญ่     เพื่อจะได้กลีบดอกที่ใหญ่ยาวและมีสีขาว    ต้องตัดแกนในดอกรักออก

ควรระวังอย่าให้กลีบดอกรักฉีกขาดหรือช้ำและแกนในหรือแกนกลางดอกรักนี้  เก็บไว้ร้อยมาลัยซีกต่อไป  เมื่อตัดกลีบดอกรักออกมาจะได้ดังรูป

 

 

 

 

 

         วิธีการร้อย

         การร้อยมาลัยกลีบดอกรักนี้  จะค่อนข้างยาก  เพราะว่า  กลีบมีขนาดเล็ก  และมีความลื่นจับยากหน่อย  แต่ก็ต้องใช้ความพยายามและความอดทนของผู้ร้อยอย่างยิ่งจึงจะประสบผลสำเร็จด้วยดี  มีวิธีการดังนี้

         1.จับกลีบดอกรักเอาด้านที่มีส่วนโค้งเข้าหาตัวผู้ร้อย  แล้วร้อยแทงเข็มตรงส่วนกระพุ้งที่ใหญ่ที่สุด  โดยร้อยรอบเข็มจำนวน  6  กลีบ  เว้นระยะห่างโดยรอบทุกกลีบให้เท่ากัน

         2.ร้อยแถวที่  2  วางกลีบให้สับหว่างกับแถวที่  1  ส่งกลีบให้ปลายเท่ากันทุกกลีบและทุกแถวด้วย

         3.ต้องร้อยให้หัวไปทางเดียวกันทุกกลีบ

         หมายเหตุ    มาลัยกลีบดอกรักนิยมนำมาแต่งตัวเป็นมาลัยลูกโซ่    สำหรับทำเป็นมาลัยคล้องคอ

 มาลัยสำหรับถือ   และมาลัยชำร่วย  ซึ่งถ้าจะร้อยเป็นมาลัยชำร่วยควรขึ้น  5  กลีบ

         มาลัยดอกมะลิ

         ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม    นิยมนำมาร้อยมาลัยเช่นเดียวกัน   โดยมากมักจะนิยมร้อยเป็นมาลัยกลม    มาลัยซีก    และมาลัยตุ้ม    ข้อสำคัญจะต้องเลือกดอกที่ตูมและมีรูปทรงเดียวกัน  ขนาดเท่ากัน  จึงจะร้อยออกมาได้เรียบและสวยงาม     ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่ร้อยง่าย    เหมาะสำหรับผู้ที่จะเริ่มฝึกหัด

ได้เป็นอย่างดี    แต่ในบางท้องถิ่นราคาค่อนข้างแพง    เวลาจะร้อยต้องเด็ดกลีบเลี้ยงหรือขั้วออกก่อน

         วิธีการร้อย  มีหลักทั่วไปดังนี้

         1.ร้อยดอกแรกจากซ้ายเรียงไปจนครบรอบจำนวน  6  ดอก  จะได้รูปทรงที่สวยงามที่สุด  ซึ่งไม่แน่นและไม่หลวมเกินไป

         2.ร้อยแถวที่  2  ให้ร้อยดอกสับหว่างกับแถวแรกโดยรอบจำนวน  6  ดอก  เช่นกัน  ร้อยเช่นนี้สลับกันจนกระทั่งมีความยาวตามต้องการ

 

 

 

5

         มาลัยดอกบานไม่รู้โรย

         ดอกบานไม่รู้โรย    เป็นดอกไม้ที่มีขนาดดอกใหญ่    มีความทนทานไม่เหี่ยวง่ายสามารถนำมาร้อยมาลัยกลมได้เช่นกัน   แต่นิยมร้อยเป็นมาลัยคล้องมือ  หรือมาลัยสำหรับแขวนห้อยโยงตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ  อาจร้อยเป็นมาลัยกลมธรรมดาไม่มีลายก็ได้  หรือจะร้อยแบบมีลายก็ได้  แต่ต้องเป็นลายที่ไม่ซับซ้อนนัก  เพราะว่าดอกบานไม่รู้โรยก็ต้องใช้ดอกบานไม่รู้โรยเป็นลาย  แต่ใช้สีที่ต่างกับดอกที่ร้อยเป็นพื้น  ดังนั้นจะร้อยลวดลายมากและซับซ้อนไม่ได้  ส่วนใหญ่ถ้าร้อยลายก็มักจะใช้ลายเกลียว  หรือลายขนมเปียกปูนเท่านั้น

         วิธีการร้อย  มีหลักทั่วไปดังนี้

         1.เลือกดอกขนาดกลางให้เท่า     กันทุกดอกไม่ตัดก้านสั้นต้องเก็บก้านไว้สำหรับร้อยด้วย  ตัดใบออก

         2.ร้อยวนโดยรอบเข็ม   แต่ละดอกวางให้ชิดกันพอดีประมาณ   6   ดอก    แถวต่อไปก็ร้อยจำนวนดอกเท่ากัน  และวางดอกให้สับหว่างกัน  ร้อยเช่นนี้ตลอดไปจนกระทั่งได้ความยาวตามต้องการ

         หมายเหตุ  การร้อยมาลัยกลมดอกบานไม่รู้โรยนี้ ควรจะต้องร้อยให้กลมและแน่นจริง ๆ จึงจะสวยงาม

         มาลัยดอกพุด

         ดอกพุด  เป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์  มองดูแล้วขาวสะอาดตา  นอกจากนิยมร้อยเป็นมาลัยซีกแล้ว  ยังสามารถนำมาร้อยเป็นมาลัยกลมได้เช่นกัน  ดอกพุดตูมมีขนาดดอกที่เล็ก  ดังนั้นถ้าร้อยมาลัยกลมจึงต้องใช้จำนวนดอกมากกว่าดอกไม้หรือกลีบดอกไม้ชนิดอื่น ๆ โดยรอบเข็มมักจะใช้ประมาณ  12 – 13   ดอก  ย่อมขึ้นอยู่กับขนาดของดอกว่าเล็กหรือใหญ่   ในแต่ละแถวนั้นก็ต้องใช้จำนวนดอกเท่ากัน  ในการร้อยมาลัยกลมนี้ควรใช้ดอกขนาดกลาง

         การร้อยมาลัยดอกพุดล้วน ๆ  นี้ค่อนข้างยากเช่นกัน  เพราะเป็นงานที่ต้องการความละเอียดและอดทนพอสมควร  เพื่อที่จะให้ได้มาลัยที่สวยเรียบเสมอกัน

         วิธีการร้อย  มีหลักทั่วไปดังนี้

         1.คัดเลือกดอกที่มีขนาดเท่า ๆ กัน  โรยด้วยแป้งมันเล็กน้อยโดยทั่วเพื่อซับยางจะได้สะดวกในการร้อย และยังช่วยให้ดอกพุดไม่เหลืองเร็วอีกด้วย

         2.ร้อยดอกแรกจากซ้ายเรียงไปตามเข็มนาฬิกาจนครบหนึ่งรอบ  เรียกว่า 1 แถว( ประมาณ 12–13 ดอก)

         3.ร้อยแถวที่  2  จำนวนดอกเท่ากับแถวที่  1  โดยร้อยแต่ละดอกให้สับหว่างกับดอกในแถวที่  1 ด้วย

         4.ร้อยแต่ละแถวให้ดอกสับหว่างกันทุก ๆ แถว  จนกระทั่งได้ความยาวตามต้องการ

 

 

 

 

 

 

 

1

แผนผังมาลัยกลมแบบมีลาย

1.ลายเกลียว

    1.1ลายเกลียวเดี่ยว ( ขึ้น  8  กลีบ )

    แถวที่  14                                                                              0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  13                                                                           0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  12                                                                       0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  11                                                                   0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  10                                                              0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  9                                                            0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  8                                                        0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  7                                                    0      0      0      0      0      0      X      X 

    แถวที่  6                                                0      0      0      0      0      0      X      X

    แถวที่  5                                            0      0      0      0      0      0      X      X

    แถวที่  4                                        0      0      0      0      0      0      X      X

    แถวที่  3                                    0      0      0      0      0      0      X      X

    แถวที่  2                                0      0      0      0      0      0      X      X

    แถวที่  1                            0      0      0      0      0      0      X      X        

    กลีบที่                               1      2      3      4      5      6       7       8

0         =   กลีบกุหลาบ

X    =  ใบไม้

    วิธีทำ

    แถวที่  1           กุหลาบ  6  ใบ  2  โดยรอบร้อยเว้นระยะห่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน

    แถวที่  2           กุหลาบ  6  ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบที่  1  กับ  2  ของแถวที่  1 )  ใบ 2

    แถวที่  3 - 14    กุหลาบ  6  ใบ  2  ร้อยเช่นเดียวกับแถวที่  2  โดยแต่ละแถวให้กลีบสับหว่างกันทุกแถว  

                             เสมอ  จะร้อยกี่แถวก็ได้  ให้ได้ความยาวตามต้องการที่จะใช้เป็นสำคัญ

         หมายเหตุ  กลีบที่ 7 – 8  ของแต่ละแถว  คือ ลายเกลียวที่จะเคลื่อนเวียนไปรอบเข็มเพียงเกลียวเดียวโดด ๆ  แต่ลายเกลียวคู่จะเห็นลายเกลียวสองลายเคลื่อนขนานกันเป็นคู่ไป

         ถ้าร้อยกลีบแรกของแถวที่  2  อยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของแถวแรก  แถวอื่น ๆ ก็เช่นกัน   จะได้ลายเกลียวที่หมุนเคลื่อนที่ด้านตรงข้าม    คือ   ลายจะเคลื่อนจากด้านขวามือออกไปด้านนอกตัว

แล้วเวียนกลับเข้ามาทางด้านซ้ายมือ

 

 

2

แผนผังมาลัยกลมแบบมีลาย

1.ลายเกลียว

    1.2ลายเกลียวคู่ ( ขึ้น  8  กลีบ )

    แถวที่  14                                                                              0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  13                                                                           0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  12                                                                       0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  11                                                                   0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  10                                                              0      0      X       X      0      0      X      X 

    แถวที่  9                                                            0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  8                                                        0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  7                                                    0      0      X      X      0      0      X      X 

    แถวที่  6                                                0      0      X      X      0      0      X      X

    แถวที่  5                                            0      0      X      X      0      0      X      X

    แถวที่  4                                        0      0      X      X      0      0      X      X

    แถวที่  3                                    0      0      X      X      0      0      X      X

    แถวที่  2                                0      0      X      X      0      0      X      X

    แถวที่  1                            0      0      X      X      0      0      X      X        

    กลีบที่                               1      2      3      4      5      6       7       8

0          =   กลีบกุหลาบ

X    =  ใบไม้

    วิธีทำ

    แถวที่  1           กุหลาบ  2  ใบ  2  กุหลาบ  2  ใบ  2 โดยรอบเข็มจัดวางระยะห่างแต่ละกลีบให้เท่ากัน

    แถวที่  2           กุหลาบ  2   ( กลีบแรกอยู่ระหว่างกลีบที่  1  กับ  2  ของแถวที่  1 )  ใบ 2  กุหลาบ  2  ใบ  2

    แถวที่  3 - 14    ร้อยเช่นเดียวกับแถวที่  2  โดยแต่ละแถวให้กลีบสับหว่างกันทุกแถว  

         หมายเหตุ  กลีบที่ 3 – 4  ของแต่ละแถว  คือ ลายเกลียวที่  1  และกลีบที่  7 – 8  ของแต่ละแถว  คือลายเกลียวที่  2   เมื่อร้อยเสร็จแล้วจะเห็นว่าเกลียวทั้งสองนี้จะเคลื่อนขนานเวียนขึ้นไปรอบเข็ม

         ถ้าร้อยกลีบแรกของแถวที่  2  อยู่ระหว่างกลีบสุดท้ายกับกลีบที่  1  ของแถวแรก  แถวอื่น ๆ ก็เช่นกัน   จะได้ลายเกลียวที่หมุนเคลื่อนที่ด้านตรงข้าม    คือ   ลายจะเคลื่อนจากด้านขวามือออกไปด้านนอกตัว

แล้วเวียนกลับเข้ามาทางด้านซ้ายมือ

 

 

 

 

3

         หน้าที่ใช้สอยของมาลัยกลม

         1.ใช้ทำเป็นมาลัยคล้องคอ

         2.ใช้ทำเป็นมาลัยมือ  หรือมาลัยคล้องแขน

         3.ใช้ทำเป็นมาลัยแขวนหน้ารถ   แขวนหัวเรือ

         4.ใช้เป็นส่วนประกอบตกแต่งงานประดิษฐ์ดอกไม้สดของไทยบางอย่าง