การพูดเชิญชวน

.  ความหมายของการพูดเชิญชวน

                การพูดเชิญชวนเป็นการพูดลักษณะหนึ่งของการพูดจูงใจ  มีจุดมุ่งหมายหลักที่จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้ฟังให้เป็นไปตามแนวทางของผู้พูด  การพูดลักษณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ศิลปะการพูดเพื่อโน้มน้าวจิตใจของผู้ฟัง

.  ประเภทของการพูดเชิญชวน

                . การพูดเชิญชวนให้ร่วมปฏิบัติทางสังคม

                . การเชิญชวนให้ใช้บริการต่างๆ  ซึ่งมักปรากฏในรูปแบบของการโฆษณา

                .  การเชิญชวนให้เปลี่ยนความคิดทั้งทัศนคติ

.  แนวทางสำคัญของการพูดเชิญชวน

                การพูดเชิญชวนจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้พูดจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการพูด  ดังนี้

                . ผู้พูดควรตระหนักถึงหลักการพูดเชิญชวน  เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ  มีความต้องการที่จะฟังเรื่องราวต่อไปจนเกิดความพึงพอใจเห็นจริงตามที่พูด  ทั้งนี้เพราะผู้พูดได้นำเสนอเรื่องราวอย่างมีเหตุผล  มีการสร้างมดนภาพให้แก่ผู้ฟังด้วยการยกตัวอย่างหรือใช้สื่อประกอบการพูดจนผู้ฟังเห็นจริง

                .  ผู้พูดที่ดีต้องเตรียมความพร้อมที่จะพูดโดยศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียด  แสดงเรื่องราวที่พูด  ความหมายของสารที่ต้องการจะสื่อให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างกระจ่างชัด  แสดงเหตุผลในการเชิญชวนได้อย่างถูกต้องน่าฟังและมีน้ำหนัก  เพื่อให้ผู้ฟังตระหนักถึงความจริงและความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามคำเชิญชวนนั้น

                . ผู้พูดต้องใช้น้ำเสียงและแสดงความรู้สึกที่แท้จริง  มีความกระตืรือร้นที่จะพูดพร้อมทั้งใช้ท่าทางและสายตาประกอบอย่างเหมาะสม

                .  การพูดเชิญชวนที่ดีต้องคำนึงถึงความถูกต้อง  เป็นการเชิญชวนให้ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมิใช่เป็นการเชิญชวนในสิ่งที่ผิด  ในขณะเดียวกันผู้พูดต้องให้เกียรติผู้ฟัง  โดยเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้เลือกตัดสินใจเชื่อและคล้อยตาม  มิใช่เป็นการบังคับผู้ฟัง

                .  ผู้พูดต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับผู้ฟัง  ได้แก่  อายุ  เพศ  ฐานะ ทางเศรษฐกิจ  การศึกษา  การนับถือศาสนา  และความสนใจเป็นต้น  การทำความเข้าใจผู้ฟังย่อมมีผลดีต่อการนำเสนอความคิดเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจ และคล้อยตามประเด็นที่เชิญชวนโดยคำนึงถึงหลักสำคัญว่า บุคคลทั่วไปย่อมพึงพอใจที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพต่างๆ  เพื่อให้เกิดผลดีต่อตนเองและต้องการได้รับการยกย่องจากสังคม

. ผู้พูดที่ดีต้องแสดงความคิดอย่างมีเหตุผล  มีความรู้กว้างขวาง  นำกลวิธีการพูดลักษณะต่างๆให้ผู้ฟังสนใจ  เช่น  นำเรื่องที่ทำให้ผู้ฟังอยากรู้อยากเห็น  นำเรื่องแปลกหรือใช้การวิพากษ์วิจารณ์มาประกอบ  เป็นต้น

                . พูดตามลำดับขั้นตอน  โดยพิจารณาหัวข้อที่จะใช้พูดเชิญชวน  กำหนดวัตถุประสงค์การพูด  ค้นคว้าความรู้ประกอบ  เลือกวิธีการพูด  เลือกเหตุการณ์ประกอบการพูดให้เหมาะสม

                .  ผู้พูดที่ดีต้องเตรียมพร้อมเสมอว่า  ผู้ฟังจะมีความเห็นด้วยกับผู้พูดหรือมีความเห็นเป็นกลาง  ไม่แน่ใจ  หรือมีความเห็นไม้เห็นด้วย  เพื่อที่จะศึกษาถึงสาเหตุและนำมาเป็นแนวทางในการพูดต่อไป

                . การพูดจูงใจสามารถพูดได้ในประเด็นต่างๆ  เช่น  พูดเกี่ยวกับสุขภาพ  สวัสดิภาพในสังคม  เสรีภาพ ขนบธรรมเนียมประเพณี  และเกี่ยวกับเกียรติยศชื่อเสียง เป็นต้น 

 

การพูดในโอกาสต่างๆ

.การพูดแนะนำตนเอง

                การพูดแนะนำตนเป็นการพูดที่แทรกอยู่กับการพูดลักษณะต่าง ๆ เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่จะทำให้ผู้ฟังมีความรู้เกี่ยวกับผู้พูด การแนะนำตนจะให้รายละเอียดแตกต่างกันไปตามลักษณะการพูดแต่ละประเภทซึ่งสามารถสรุป ได้ดังนี้

                .๑ การพูดแนะนำตนในกลุ่มของนักเรียน เป็นการพูดที่มีจุดประสงค์เพื่อทำความรู้จักกันในหมู่เพื่อน หรือแนะนำตัวในขณะทำกิจกรรม ควรระบุรายละเอียดสำคัญ คือ

                                . ชื่อและนามสกุล

                                . รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา

                                . ที่อยู่ปัจจุบัน และภูมิลำเนาเดิม

                                . ความสามารถพิเศษ

                                . กิจกรรมที่สนใจ และต้องการมีส่วนร่วมปฏิบัติกิจกรรม

                .๒ การพูดแนะนำตนเพื่อเข้าปฏิบัติงาน หรือรายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา ควรระบุถึงประเด็นสำคัญ คือ

                                . ชื่อและนามสกุล

                                . รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา

                                . ตำแหน่งหน้าที่ที่จะเข้ามาปฏิบัติ

                                . ระยะทางที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่

.๓ การแนะนำบุคคลอื่นในงานสังคมหรือในที่ประชุม โดยให้รายละเอียด ดังนี้

                                . ชื่อและนามสกุลของผู้ที่เราแนะนำ

                                . ความสามารถของผู้ที่เราแนะนำ

                          . ไม่ควรแนะนำอย่างยืดยาว และไม่นำเรื่องส่วนตัวที่จะทำให้ผู้อื่นอับอาย หรือตะขิดตะขวงใจมาพูด

                                .การแนะนำบุคคลให้ผู้อื่นรู้จักต้องใช้คำพูดเพื่อสร้างไมตรีที่ดีระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย

.การพูดสนทนาทางโทรศัพท์

                การพูดโทรศัพท์เป็นความนิยมอย่างยิ่งในการสื่อสารเพื่อสื่อสารเรื่องส่วนตัวหรือหน้าที่การงาน เพื่อให้สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และตรงจุดประสงค์ การสื่อสารที่ดีมีหลักสำคัญ ดังนี้

                . กรณีที่เป็นโทรศัพท์ติดต่อไป ควรตรวจสอบหมายเลขให้ถูกต้องเสียก่อนแล้วจึงระบุชื่อบุคคลที่ต้องการพูดด้วยให้ชัดเจน หากต้องขอให้ผู้รับสารไปตามผู้ที่เราต้องการพูดด้วยนั้นต้องขอบคุณผู้รับสารทันที ในกรณีที่ต้องการฝากที่อยู่ให้ผู้ที่ไม่อยู้ทราบให้บอกข้อความที่ชัดเจนและสั้นที่สุด

                . กรณีที่เป็นผู้รับโทรศัพท์ ควรกล่าวรับด้วยคำว่า สวัสดี แล้วแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ให้ทราบ พร้อมทั้งถามว่าต้องการติดต่อกับใคร ถ้าผู้ติดต่อมาต้องการพูดกับผู้อื่น ควรรีบติดต่อให้ทันที หากผู้ที่ต้องการจะพูดด้วยไม่อยู่ และผู้ติดต่อมาต้องการฝากข้อความไว้ควรจดบันทึกไว้ให้ชัดเจน สอบถามชื่อของผู้ติดต่อพร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้สามารถติดต่อกลับไปได้ภายหลัง

                . การพูดโทรศัพท์ควรใช้เวลาจำกัด พูดคุยเฉพาะเรื่องที่จำเป็น และควรใช้น้ำเสียงปกติ       ชัดเจน แสดงความสุภาพ และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

                . ใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม เลือกคำพูดที่จำเป็นมาใช้ เช่น ขออภัย ขอโทษ ขอบคุณและสวัสดี แทน    ฮัลโหล เป็นต้น

                . สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการพูดโทรศัพท์ ได้แก่

                                . ไม่วางหูโทรศัพท์ก่อนจบการพูดและไม่ควรปล่อยให้ผู้โทรศัพท์มาต้องคอยนาน

                                . ไม่อมหรือขบเคี้ยวสิ่งใดขณะโทรศัพท์ และไม่ควรพูดจาล้อเลียน เยาะเย้ยผู้ที่ติดต่อมา รวมทั้งไม่พูดจาหยาบคาย หรือใช้คำกระด้าง

                                . ไม่ปล่อยให้โทรศัพท์ส่งสัญญาณเรียกนานเกินไป ควรรีบรับโทรศัพท์ทันที

 

 

 

. การพูดเล่าเรื่องหรือเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ

                การเล่าเรื่องหรือเล่าเหตุการณ์ เป็นศิลปะการพูดประเภทหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ฟังมีความรู้ความเข้าใจถึงเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งเกิดความเพลิดเพลินในการฟัง การเล่าเรื่องอาจเป็นการเล่านิทาน นิยาย หรือเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งการเล่าเหตุการณ์ที่ผู้เล่าได้ประสบมา เป็นต้น การเล่าเรื่องหรือการเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มีแนวทางการเล่าเรื่อง ดังนี้

                .๑ การเล่านิทาน

                                ควรเล่าเรื่องตามลำดับตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเพื่อมิให้ผู้ฟังสับสน ใช้ถ้อยคำง่ายเพื่อสื่อสารความคิดได้อย่างชัดเจน รวมทั้งใช้น้ำเสียง สีหน้า และท่าทางอย่างเป็นธรรมชาติสอดคล้องกับเรื่อง นอกจากนี้ยังควรสรุปเรื่องแสดงข้อคิดสติเตือนใจ

                .๒ การเล่าชีวประวัติของบุคคล

                                ควรเล่าถึงประเด็นที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างของบุคคล เพื่อให้ผู้ฟังได้ข้อคิดนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของตนได้ ผู้เล่าต้องเลือกเหตุการณ์บางตอนในชีวิตของบุคคลมาเล่าเป็นตัวอย่าง เพ่อเป็นการเสนอรายละเอียดที่มีคุณประโยชน์และยกย่องบุคคลที่เล่าถึงพร้อมทั้งสรุปข้อคิดและแนวทางที่ควรปฏิบัติตาม

                .๓ การเล่าประวัติสถานที่สำคัญ

                                ควรเล่าเรื่องเฉพาะเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถานที่นั้น รวมทั้งกล่าวถึงภูมิประเทศ สภาพแวดล้อม รวมทั้งจุดเด่นของสถานที่ดังกล่าว

                .๔ เล่าเหตุการณ์

                                การเล่าเหตุการณ์ควรเลือกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่ผู้เล่าประทับใจ อาจเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง สังคม หรือประวัติศาสตร์ ผู้เล่าต้องศึกษาเร่องราวอย่างละเอียดเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวถึงสาเหตุที่นำเหตุการณ์นั้นมาเล่า บอกถึงสถานที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเล่าควรใช้น้ำเสียงที่ชวนฟังพร้อมทั้งใช้ท่าทางประกอบให้เหมาะสม

. การใช้ภาษาตามหลักการพูด โดยใช้พูดอย่างถูกต้องชัดเจนและน่าฟัง

                การพูดให้สัมฤทธิผลนั้น ผู้พูดควรคำนึงถึงการใช้ภาษาในการพูดให้เหมาะสมกับระดับภาษา เหมาะสมกับโอกาสและกาลเทศะ เพื่อให้สามารถส่งสารและรับสารได้ตรงตามความมุ่งหมาย การใช้ภาษาให้เกิดผลดีมีแนวทางสำคัญที่เป็นหลักปฏิบัติ ดังนี้

               

.๑ การใช้ภาษาในการแนะนำตน

                                การกล่าวแนะนำตนต่อบุคคลทั้งที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้แนะนำตนควรกล่าวคำทักทายตามธรรมเนียมนิยม เช่น สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ เป็นต้น รวมทั้งไม่ทักทายล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ผู้พูดต้องรู้จักใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ชัดเจน สุภาพ และเหมาะสม เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ ชื่อ นามสกุล สถานศึกษาหรือสถาบันที่สังกัด ความถนัด ความสนใจ งานอดิเรก หรืองานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ

                .๒ การใช้ภาษาในการสนทนาทางโทรศัพท์

                                ผู้สนทนาต้องรู้จักใช้ภาษาให้เหมาะสม สุภาพ มีคำขานรับตามสมควร เมื่อจบการสนทนาก็กล่าวคำอำลากันอย่างเหมาะสม นอกจากนั้นควรเลือกใช้ถ้อยคำที่สื่อความหมายได้ชัดเจน กะทัดรัด เพื่อประหยัดเวลาการพูด รู้จักสำรวมถ้อยคำโดยเลือกประเด็นที่กล่าวเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีหลีกเลื่ยงการกล่าวโต้แย้งกัน ในขณะเดียวกันหากเป็นการสนทนาที่ไม่เป็นทางการผู้สนทนาอาจใช้ถ้อยคำแสดงอารมณ์ขันบ้าง เพื่อทำให้บรรยากาศการสนทนาแจ่มใสเพื่อดำเนินการสนทนาไปได้ด้วยดี

                .๓ การใช้ภาษาในการเล่าเรื่องและเล่าเหตุการณ์

                ผู้เล่าเรื่องควรใช้ภาษาง่าย ๆ กะทัดรัด แต่ความหมายชัดเจน โดยเล่าเรื่องตามลำดับไม่สับสน รวมทั้งใช้น้ำเสียงให้ชัดเจน ปรับเปลี่ยนระดับเสียงสูงต่ำอย่างเหมาะสมกับเรื่องที่เล่าทั้งที่เป็นเรื่องในแนวบันเทิงคดีและสารคดี สำหรับการเล่าถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็มีลักษณะของการใช้ภาษาในแนวทางเดียวกัน คือ ใช้ถ้อยคำสำนวนง่าย ๆ ผู้ฟังจะได้เข้าใจเรื่องราวได้ทันที รวมทั้งใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เล่าเพื่อช่วยให้ผู้ฟังสนใจฟังมากยิ่งขึ้น การจบการเล่าเรื่องหรือเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ผู้เล่าเรื่องอาจสรุปข้อคิดเห็นโดนนำสุภาษิตสำนวน หรือยกคำประพันธ์มาประกอบให้น่าฟังยิ่งขึ้น

. มารยาทในการพูด

                การพูดที่ดีไม่ว่าจะเป็นการพูดในโอกาสใด หรือประเภทใด ผู้พูดต้องคำนึงถึงมารยาทในการพูด ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมให้ผู้พูดได้รับการชื่นชมจามผู้ฟัง ซึ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในการพูด มารยาทที่สำคัญของการพูดสรุป ได้ดังนี้

                                . พูดด้วยวาจาสุภาพ แสดงหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

                                . ไม่พูดอวดตนข่มผู้อื่น และยอมรับฟังความคิดของผู้อื่นเป็นสำคัญ

                                . ไม่กล่าววาจาเสียดแทง ก้าวร้าวหรือพูดขัดคอบุคคลอื่น ควรใช้วิธีที่สุภาพเมื่อต้องการแสดงความคิดเห็น

                                .รักษาอารมณ์ในขณะพูดให้เป็นปกติ                       

. ไม่นำเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นมาพูด

                . หากนำคำกล่าวของบุคคลอื่นมากล่าว ต้องระบุนามหรือแหล่งที่มาเป็นการให้เกียรติบุคคลที่กล่าวถึง

. หากพูดในขณะที่ผู้อื่นยังพูดไม่จบ ควรกล่าวคำขอโทษ

                                . ไม่พูดคุยกันข้ามศีรษะผู้อื่น

 

ตัวอย่างการพูดเชิญชวน

ความเหงาของแม่

                ทุกคนเกิดมาคงเคยผ่านความเหงากันมาแล้ว  ว่ามีพิษสงอย่างไร  ท่านทราบหรือเปล่าว่าใครเป็นบุคคลที่มีความเหงามากที่สุด

                ท่านไม่ต้องคิดให้ไกลเกินไป  ลองคิดถึงบุคคลที่ท่านใกล้ชิดซึ่งเรามักจะมองข้ามไป  ท่านเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในชีวิตของเรานั่นเอง คนนั้นคือ  พ่อ  แม่  บังเกิดเกล้าของเราเอง  ท่านคิดไหมว่า  ขณะที่เรากำลังนั่งอยู่ที่นี่  แม่อาจจะคิดถึงเรา  แล้วเราล่ะ  ได้ปฏิบัติตนให้สมกับที่พ่อ  แม่รัก  ห่วงใยและคิดถึงเราอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า  ดิฉันทราบว่าเราทุกคนต่างมีภาระหน้าที่  และบางท่านอาจประสบกับปัญหาชีวิตมากมาย  แต่ไม่ว่าเราจะมีภาระหนักมากเพียงใด  เรายังไม่ลืมกินข้าว  เพราะเราหิว  และเรายังต้องหาเวลาสนองตอบความหิวของร่างกายเราด้วยอาหาร  แต่เวลาสำหรับระลึกถึงแม่และปฏิบัตอตนตามหน้าที่ลูกที่ดีให้แก่ท่านเหมือนร่างกายหิวอาหารหรือไม่

                ขอให้พวกเราสละเวลาสักนิดเพื่อคิดถึงพ่อ  แม่  ถ้าท่านไม่ได้อยู่กับแม่โปรดหาเวลาไปเยี่ยมแม่บ้าง  แม่จะได้ไม่รู้สึกเหงาและว้าเหว่อีกต่อไป 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสน่ห์ประทับใจ

                ใครๆก็อยากเป็นคนมีเสน่ห์  แต่เราจะสร้างเสน่ห์กันอย่างไรดี

                เสน่ห์มีอยู่แล้วในตัวเราทุกๆคนเพียงแต่ว่าเราจะนำออกมาใช้กันแล้วหรือยังเท่านั้น  การมีใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบาน  มีดวงตาเป็นประกายแจ่มใส  เป็นบันไดขั้นแรกนำไปสู่ความประทับใจแรกพบ  นับได้ว่าเป็นเสน่ห์ด่านหน้าด่านแรก  ครั้นได้มีโอกาสพูดจาหรือสนทนาพาทีด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน  ที่เรียกว่า  ปิยวาจา  ฟังแล้วสบายใจ  ระรื่นหู  เป็นที่นิยมชมชอบของบุคคลทั่วไป  นี่ก็นเป็นเสน่ห์อีอย่างหนึ่งและมีความดื่มด่ำลึกซึ้งยิ่งกว่าการยิ้มแย้มแจ่มใสบนใบหน้า  การเจราจาอ่อนหวานต้องประกอบด้วย  การบริการหรือการต้อนรับขับสู้ด้วยความจริงใจ  เมื่อได้ติดต่อหรือคบค้าสมาคมเป็นเสน่ห์สุดท้ายที่ยากต่อการลืมเลือน

                ถ้าเราทุกคนมีเสน่ห์    ประการนี้  ไม่ว่าจะไปไหนหรือติดต่อสังคมกับใครไม่ต้องกลัวว่าจะผิดหวัง กลับจะมีแต่มิตรภาพเพิ่มพูนยิ่งขึ้น  ดังคำพังเพยเกี่ยวกับการค้าการขาย  กล่าวว่า

                                                                เสน่ห์ใบหน้า                        ลูกค้าติดใจ

                                                                เสน่ห์เจรจา                      ลูกค้าหลงใหล

                                                                เสน่ห์บริการ                     ลูกค้าบานตะไท

                ลูกค้าหรือเพื่อนก็เช่นเดียวกันนั่นเอง