ลักษณะคำไทย บาลีและสันสกฤต

.    ลักษณะคำไทยแท้

                . คำไทยแท้ส่วนมากพยางค์เดียว  ไม่ว่าจะเป็นนาม  สรรพนาม  วิเศษณ์  บุพบท  สันธาน  อุทาน  ฯลฯ  ซึ่งเรียกว่าภาษาคำโดด  เช่น  ลุง  ป้า  น้า  อา  กา  ไก่  ฯลฯ  มีคำไทยแท้หลายคำที่มีหลายพยางค์  เช่น  มะม่วง  สะใภ้  ตะวัน  กระโดด  มะพร้าว  ทั้งนี้เพราะสาเหตุที่เกิดจาก

.     การกร่อนเสียง  คำ    พยางค์  เมื่อพูดเร็วๆเข้า  คำแรกจะกร่อนลง เช่น  

                มะม่วง    มาจาก     หมากม่วง                ตะคร้อ     มาจาก     ต้นคร้อ            สะใภ้     มาจาก    สาวใภ้

                ตะวัน         “           ตาวัน                       ตะปู            “           ตาปู                 ตะเข็บ             “         ตัวเข็บ

                มะตูม         “           หมากตูม สะเอว        “           สายเอว            สะดือ              “         สายดือ         

.    การแทรกเสียง  คือ  คำ    พยางค์  เรียงกันแล้วมีเสียงแทรกตรงกลาง  เช่น

                ลูกกระดุม                มาจาก                     ลูกดุม                      ผักกระถิน               มาจาก       ผักถิน

                นกกระจอก                 “                          นกจอก                    ลูกกระเดือก                “            ลูกเดือก

                ผักกระเฉด                  “                          ักเฉด                    นกกระจิบ                 “            นกจิบ  

.    การเติมพยางค์หน้าคำมูลโดยเติมคำให้มีความหมายใกล้เคียงกันเช่น

                จุ๋มจิ๋ม           -          กระจุ๋มกระจิ๋ม                         จุกจิก       -               กระจุกกระจิก

                ดุกดิก            -          กระดุกกระดิก                         ตุ้งติ้ง       -               กระตุ้งกระติ้ง

                หนุงหนิง    -           กระหนุงกระหนิง   ฉับเฉง     -               กระฉับกระเฉง

                โดกเดก        -          กระโดกกระเดก                      เดี๋ยว        -               ประเดี๋ยว

                โจน              -          กระโจน                  ทำ            -               กระทำ    

                .  คำไทยแท้ไม่มีตัวการันต์  ไม่นิยมคำควบกล้ำ  และมีตัวสะกดตรงตามมาตรา  เช่น  เชย   สาว   จิก  กัดรัก  พบ   แม่  พ่อ  พี่  ป้า  น้า  อา  ฯลฯ               

                .  คำไทยแท้มีวรรณยุกต์ทั้งมีรูปและไม่มีรูป  เพื่อแสดงความหมาย  เช่น  ฉันน่าจะไปนากับน้าของฉัน

                .  การเรียงคำในภาษาไทยสับที่กัน  ทำให้ความหมายเปลี่ยนไป  เช่น   

                ใจน้อย        -           น้อยใจ                    กลัวไม่จริง    -         จริงไม่กลัว                 ใจหาย  -   หายใจ

 

 

.      ลักษณะคำไทยที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต

                . คำไทยที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต มักมีหลายพยางค์ ส่วนมากใช้เป็นคำนาม กริยา และวิเศษณ์ เช่น บุษบา วัตถุ สงเคราะห์ ปรีดา ประเสริฐ ฯลฯ

                . มักมีตัวการันต์อยู่ด้วย เช่น กษัตริย์ ศาสตร์ การันต์ พราหมณ์ ฯลฯ

                . คำที่ประสมด้วยพยัญชนะต่อไปนี้ ฆ ญ ฌ ฎ ฏ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฤ

                . คำที่สะกดแตกต่างจากคำไทยแท้

                . คำที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่ไต่คู้ ไม่ใช่คำบาลี-สันสกฤต ยกเว้นบางคำที่ไทยมาเติมวรรณยุกต์เอกภาย

หลัง เช่น เล่ห์ พ่าห์ เสน่ห์

                หลักทั่วไปของภาษาบาลี

                ภาษาบาลี

                .    พยัญชนะบาลีมี ๓๒ ตัวไม่นับ        เพราะภาษาไทยไม่ใช้เป็นตัวสะกด         สระมี ๘ ตัว

                . คำในภาษาบาลีจะต้องมีตัวสะกดและตัวตามในวรรคเดียวกันเสมอ พยัญชนะแถวที่ ๑, , ๕ เป็นตัวสะกด    ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๑ สะกด แถวที่ ๑ หรือ ๒ เป็นตัวตามได้   เช่น สักกะ ทุกขะ    ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๓   สะกด  แถวที่ ๓ หรือ ๔ เป็นตัวตามได้ เช่น อัคคี วิชชา     ถ้าแถวที่ ๕ สะกด พยัญชนะทุกแถวในวรรคเดียวกัน

ตามได้ เช่น องก์ สังข์ สงฆ์ องค์ ยกเว้น     ตามตัวเองไม่ได้

                พยัญชนะบาลี

                                                                                                                                 ตัวสะกด

                วรรคกะ                                                                                                                                        

                วรรคจะ                                                                                                                        

                วรรคฏะ                                                                                                                                       

                วรรคตะ                                                                                                                                         

วรรคปะ                                                                                                                                       

เศษวรรค                                                                                                                                           

 

.  สังเกตจากพยัญชนะ “ ” มีใช้เฉพาะบาลี เช่น จุฬา วิฬาร์ ครุฬ

.  บาลีมีตัวสะกดและตัวตามที่ซ้ำกัน ไทยจะตัดตัวที่ซ้ำกันออกให้เหลือตัวเดียว เช่น

                รัฏ.       -    รัฐ                                          ปุญ.      -     บุญ

                นิส.สิต    -    นิสิต                                      กิจ.        -      กิจ

                เขต.       -    เขต

ภาษาสันสกฤต

.  สันสกฤตมีพยัญชนะ  ๓๔  ตัว  (เพิ่ม    )    สระสันสกฤตมี  ๑๔  ตัว

.  ตัวสะกดตัวตามของสันสกฤตจะอยู่ต่างวรรคกัน  เช่น  สัปดาห์  อักษร  บุษบา  อัศจรรย์  ฯลฯ

.  สันสกฤตนิยมใช้ตัว  “”   เช่น  กรีฑา  จุฑา  ครุฑ   

.  นิยมใช้อักษรควบเป็นตัวสะกด  เช่น  จักร  อัคร  บุตร  จันทร

.  มักจะมี  “”  หรือ  “รร”  อยู่ในคำนั้นๆ  เช่น  ราษฎร์  ฤษี  ภรรยา  กฤษณา 

ข้อแตกต่างระหว่างภาษาบาลี  กับ  ภาษาสันสกฤต

บาลี

สันสกฤต

.  สระบาลี  มี    ตัว  คือ  อะ  อา  อิ  อี  อุ  อู  เอ  โอ

.  พยัญชนะ  บาลี มี  ๓๒  ตัว

.  บาลีนิยม    เช่น  จุฬา  กีฬา  อาสาฬห  วิฬาร์

.  ไม่นิยมคำควบกล้ำและอักษรนำ  เช่น  ปฐม  มัจฉา

      วิชชา  สามี

.  มีหลักเกณฑ์การใช้ตัวสะกดตัวตามแน่นอน

. ใช้ริ  กลางคำ  เช่น  อริยะ  จริยา  อัจฉริยะ

.  บาลีใช้  อะ  อิ  อุ  เช่น  อมตะ  ติณ  ปุจฉา  อุตุ

.  บาลีใช้    ทั้งหมด  เช่น  สงฆ์  สามัญ  ปัสสาวะ

      อัสสุ  มัสสุ  สิกขา  สัจจะ

.  สระสันสกฤตมี  ๑๔  ตัว  เพิ่ม  ไอ  เอา    ฤา    ฦา

. พยัญชนะสันสกฤตมี  ๓๔  ตัว  เพิ่ม   

.  สันสกฤตใช้      เช่น  จุฑา  กรีฑา 

.  นิยมควบกล้ำ  และอักษรนำ  เช่น  ประถม   มัตสยา

      วิทยา  สวามี

.  มีหลักตัวสะกดตัวตามไม่แน่นอน

.  ใช้    กลางคำ  เช่น  อาจารย  จรรยา  อารยะ 

.  สันสกฤต  ใช้    เช่น  อมฤต  ตฤณ  ปฤจฉา  ฤดู

.  ใช้      จะมีพยัญชนะวรรค    (  ถ ท ธ น)  เป็น

       ตัวตาม  เช่น  สตรี  สถานี  พัสดุ  สถิติ  พิสดาร