1.  ชื่อเรื่อง        การพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์
2.  ชื่อผู้วิจัย         นางธัญรัศม์    ประเสริฐศรี
3.  สภาพปัญหา
        นักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์  หมายถึง  ผู้ที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์
     ต่ำกว่าปกติ  เมื่อเทียบกับนักเรียนในกลุ่มปกติ  นักเรียนเหล่านี้สามารถจะเรียนคณิตศาสตร์ได้ 
     แต่เรียนได้อยู่ในระดับช้า  ซึ่งลักษณะโดยทั่วไปของนักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์
     อาจจะสังเกตได้จากความสามารถในด้านการอ่านต่ำ    มีปัญหาในด้านการใช้ถ้อยคำ 
     มีพื้นความรู้ทางคณิตศาสตร์น้อย  สังเกตได้จากการสอบไม่ผ่านผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
     ในวิชาคณิตศาสตร์บ่อยครั้ง  มีเจตคติที่ไม่ดีต่อโรงเรียนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ
      วิชาคณิตศาสตร์   ขาดทักษะในการฟังและไม่มีความเข้าใจในการเรียน  หรือมีความตั้งใจ
       ในการเรียนเพียงช่วงระยะเวลาสั้น   ผู้วิจัยจึงคิดหาวิธีปรับพฤติกรรมของนักเรียนที่อ่อน
       ทางคณิตศาสตร์ให้สนใจที่จะเรียน  และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
 
4.  ปัญหาการวิจัย
        ผู้วิจัยได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน  มีความรัก  และความเห็นใจที่จะช่วยเหลือ
     ผู้เรียน  ช่วยพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์  ให้มีความสนใจเรียนและ
     พัฒนาตนเองให้ดีขึ้นหรือไม่
 
5.  เป้าหมายการวิจัย
        ศึกษาพฤติกรรมนักเรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์  จำนวน  217  คน  จากการที่ผู้วิจัย
     ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสอน  มีความรัก  ความเห็นใจที่จะช่วยเหลือผู้เรียน
 
6.  วิธีการวิจัย
        6.1  ปรับแนวความคิดของผู้วิจัย  แม้ว่าจะเป็นงานที่ค่อนข้างยาก และหนักเป็นอย่างยิ่ง   ผู้วิจัยต้องมีความอดทน  มีความรัก และความเห็นใจที่จะช่วยเหลือผู้เรียน  ต้องมีพลังที่จะช่วยกระตุ้น  ให้ผู้เรียนอ่อนได้สนใจเรียน  และทำตนให้เป็นที่ยอมรับของนักเรียน
        6.2  ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนดังต่อไปนี้
               1)  การนำเข้าสู่บทเรียน
                    1.1)  สร้างความสนใจ  และความพร้อมของผู้เรียนก่อนจะเรียนเนื้อหา
                    1.2)  ทบทวนเนื้อหาหรือมโนมติที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะสอนเรื่องใหม่
                    1.3)  ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง  ๆ
 
 
2)  การจัดการเรียนการสอน
      2.1)  สอนเนื้อหาครั้งละไม่มากนัก  ไม่สอนเร็วจนเกินไป  และเป็นลำดับขั้นตอน
      2.2)  สอนให้เกิดมโนมติเพียงอย่างเดียวในแต่ละชั่วโมง  เพื่อผู้เรียนจะได้
ไม่เกิดความสับสน
      2.3)   ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้มโนมติทางคณิตศาสตร์โดยใช้ประสาทสัมผัส
หลาย  ๆ  ด้าน  เช่น  ใช้สื่อการเรียนรู้ประกอบคำอธิบาย  เขียนแผนภาพ 
รูปภาพประกอบคำพูด
       2.4)  มีการทดสอบผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเป็นระยะ  ๆ  อย่างต่อเนื่อง  และ
มีระบบเพื่อจะได้ทราบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของผู้เรียน  ซึ่งจะได้ใช้
เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน
ต่อไป
 
3)  การจัดกิจกรรมและแบบฝึกหัด
      3.1)  จัดแบ่งเวลาในระหว่างเรียนให้ผู้เรียนได้ฝึกทำแบบฝึกหัด  และทบทวน
บทเรียนโดยใช้กิจกรรมต่าง  ๆ
      3.2)  แบบฝึกหัดควรให้ได้ฝึกที่ง่าย  ๆ  ก่อน  แล้วจึงยากขึ้นเป็นลำดับจนเต็ม-
ความสามารถของนักเรียน
      3.3)  ขณะที่ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด  ผู้วิจัยได้อยู่กับผู้เรียน  เพื่อคอยให้คำแนะนำ
และอธิบายเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด
      3.4)  ได้ตรวจแบบฝึกหัด  หรืองานที่มอบหมายให้ผู้เรียนทำในทันที  ได้ทำ
เครื่องหมายตรงส่วนที่ผู้เรียนทำผิดพลาด  และได้อธิบายข้อผิดพลาด
แจ้งข้อผิดพลาดให้ผู้เรียนทราบในทันที
 
4)  การใช้จิตวิทยาการเรียนการสอน
     4.1)  ขณะสอนได้พยายามกระตุ้นให้ผู้เรียนได้สร้างหรือใช้กระบวนการในการคิด
ที่มีความหมายกับตัวผู้เรียนเอง  ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจในเรื่องเหล่านั้นมากขึ้น
     4.2)  กรณีที่มีการลงโทษผู้วิจัยจะไม่บังคับให้ผู้เรียนทำงานด้านคณิตศาสตร์ 
เพราะจะทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น  ได้หางานอย่างอื่นให้ทำ  เช่น  จัดเรียงเอกสาร  นับและแจกเอกสาร ในทางตรงข้าม 
ผู้วิจัยจะให้คำชมเชยทันที  เมื่อผู้เรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์
      4.3)  ถ้าผู้เรียนมีความรู้สึกไม่อยากเรียน  ไม่อยากตอบ  ผู้วิจัยจะไม่บังคับ 
แต่จะใช้ลักษณะท่าทางของผู้วิจัย  กิจกรรม  หรือสื่อการเรียนรู้กระตุ้น
ให้ผู้เรียนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองในทางที่ต้องการ
 
6.3    สังเกตพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนที่อ่อนทางคณิตศาสตร์  และให้แนวคิด
เป็นระยะ  ๆ
6.4   บันทึกผลการสังเกตทุกวันหลังแผนการจัดการเรียนรู้
6.5   เมื่อครบ  6  สัปดาห์  (จากการสอนเรื่อง  เศษส่วนและทศนิยม)  นำข้อมลที่รวบรวมได้  และสอบถามการประเมินตนเองของผู้เรียนมาวิเคราะห์
6.6   สรุปผล  เขียนรายงาน  และกำหนดวิธีการพัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียนที่อ่อนทาง
คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง
 
7.  การวิเคราะห์ข้อมูล 
  วิเคราะห์ข้อมูลจากบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนผลการสอบท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนและจากการสอบถามการประเมินงานของผู้เรียนโดยนำข้อมูลมาจัดกลุ่มประเภท  และวิเคราะห์  สรุปแนวโน้มหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม
 
8.  ช่วงเวลาดำเนินการ
     8.1   ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2546  วันที่  20  ตุลาคม  -  28  พฤศจิกายน  2546
เวลา  6  สัปดาห์ (ผู้เรียนเรียน  3  ชั่วโมง/สัปดาห์)
     8.2   วิเคราะห์ข้อมูล  และเขียนรายงาน    วันที่   5 -  15   ธันวาคม   2546
 
9.  ผลการวิจัย
     9.1  นักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์มีความสนใจ  กล้าที่จะแสดงออก  และ
มีความตั้งใจในการทำแบบฝึกหัด  หรืองานที่รับมอบหมายยิ่งขึ้น
     9.2  นักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์ได้พัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์
ได้เต็มตามความสามารถของแต่ละบุคคล
     9.3  นักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น
 
10.  ข้อเสนอแนะ
       10.1   ผู้ที่สอนนักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์จะต้องใช้ความอดทน  และต้องมีความตั้งใจในการสอนเป็นอย่างมาก  รวมตลอดทั้งต้องมีความสามารถ  มีความพยายามในการเลือกและใช้เทคนิควิธีการสอนที่ต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกับที่ใช้สอนนักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์
 
 
      10.2  ควรจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบการสอนสำหรับนักเรียนที่เรียนอ่อน
ทางคณิตศาสตร์ให้เพิ่มมากขึ้น
         10.3  ควรปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน  โดยพยายามให้มี
ความยืดหยุ่น  และให้เหมาะสมกับนักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์
         10.4  ควรจัดแผนการสอนสำหรับนักเรียนที่เรียนอ่อนทางคณิตศาสตร์  จัดหลักสูตรวิธีการสอน  และกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง  ให้แตกต่างไปจากนักเรียนปกติ  หรือนักเรียนที่เรียนเก่งทางคณิตศาสตร์
          10.5   ทางโรงเรียนควรเชิญบิดา  มารดา  หรือผู้ปกครองนักเรียนมาพบ  และชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ความสามารถและทักษะของนักเรียนและหาแนวทาง
ในการให้ความช่วยเหลือนักเรียน