ใบความรู้  E  BOOK
ทัศนศิลป์เพื่อชีวิตและสังคม
 
 
วิชา ศิลปะพัฒนาชีวิต 3        ใบความรู้แผนการจัดการเรียนรู้ที่   2        เวลา    1     คาบ
รหัสวิชา  ศ 4513   ม.5        เรื่อง  ทัศนศิลป์เพื่อชีวิตและสังคม        โดย นางสาวประดิษฐ์  พละศักดิ์
 
 
 
 
        สาระสำคัญ
        ทัศนศิลป์  เป็นศิลปะที่ประณีตงดงาม  มีคุณค่าทางด้านจิตใจทั้งต่อผู้สร้างสรรค์ ผู้ชื่นชม
        ใช้ประโยชน์  และเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำศิลปะมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสังคมส่วนรวมได้
                ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  
                  มีความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสามารถนำทัศนศิลป์มาใช้ในการพัฒนาชีวิตและสังคมได้
                จุดประสงค์นำทาง  
                1.บอกคุณค่าของทัศนศิลป์ที่มีต่อผู้สร้างสรรค์   ผู้ชื่นชม  และสังคมส่วนรวมได้
                2.สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อพัฒนาชีวิตและสังคมได
ทัศนศิลป์
 
        ทัศนศิลป์   หมายถึง  การมองเห็นหรือสิ่งที่พบเห็นในสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นทำให้เกิดความงาม  ความพอใจ และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ
        ความพึงพอใจของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขี้นอยู่กับวัฒนธรรม  ประเพณี  สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ที่ได้สร้างสมมา  มนุษย์ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์จากสิ่งแวดล้อม แล้วสร้างผลงาน  ทางศิลปะให้เกิดความงามและมีคุณค่า
        ความสำคัญ   ทัศนศิลป์  มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์มีความต้องการด้านร่าร่างกาย  ด้านจิตใจ และด้านอารมณ์  ความต้องการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับทัศนะของแต่ละบุคคล   การมองเห็นความงามของธรรมชาติ ความสงบราบเรียบของท้องทะเลและอื่นๆ เป็นทัศนียภาพ  สิ่งที่มองเห็นเกิดความรู้สึกมีคุณค่าของความงามจนเกิดสุนทรียภาพ
        ศิลปะทำให้ชีวิตมีความหมาย   มนุษย์จะอยู่ได้ด้วยปัจจัย  4 ประการ  ได้แก่  อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  ที่อยู่อาศัย  และ ยารักษาโรค   แต่มนุษย์ก็ยังต้องการ  อาหารทางใจ    มาช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน   และช่วยพัฒนาอารมณ์   จิตใจจึงจะทำให้ชีวิตนี้มีความสุขสมบูรณ์ได้
        อาหารทางใจที่มนุษย์ต้องการ มีการสืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ก็คือ  ศิลปะนั่นเอง
        ศิลปะ      เป็นผลงานอันเกิดจากความต้องพากเพียรของมนุษย์  ในอันที่จะสร้างสรรค์ความงาม    เพื่อจรรโลงจิตใจและประโยชน์ที่จะใช้สอยได้  
การสร้างสรรค์งานศิลปะของมนุษย์     แบ่งออกเป็น    2  ประเภทคือ        
1.วิจิตรศิลป์    สนองความต้องการทางอารมณ์และจิตใจ
        2.ศิลปประยุกต์   สนองความต้องการทางด้านประโยชน์ใช้สอย ซึ่งจะกล่าวถึงคุณค่าและการนำไปใช้เพื่อพัฒนาชีวิตและสังคมต่อไป
          งานวิจิตรศิลป์   เป็นศิลปะแห่งความงดงาม  เพื่อให้มนุษย์เกิดความชื่นชมทางด้านจิตใจ  แบ่งเป็น  5 แขนง คือ  1.จิตรกรรม  2.ประติมากรรม  3.สถาปัตยกรรม  4.วรรณกรรม  5.นาฎศิลป์และดุริยางค์ศิลป์
        1.จิตรกรรม     ผลงานได้แก่   ภาพวาดหรือภาพเขียน  และผลงานศิลปะอื่นที่แสดงออกบนพื้นระนาบหรืองานที่มีลักษณะเป็น  2 มิติ
        ผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรม   คือ จิตรกร   เป็นอาชีพที่มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของสังคมทั่วไป เนื่องจากเป็นผู้ที่สร้างงานวาดภาพทั้งกระดาษวาดเขียน  ผ้าใบ ฝาผนัง ภาชนะ เครื่องประดับและบนวัตถุอื่น ๆ งานจิตรกรรม  มีการสร้างสรรค์หลายรูปแบบ  เช่น  การเขียนภาพคน    ภาพคนเหมือน  ภาพดอกไม้ ภาพหุ่นนิ่ง   ภาพเรื่องราวการดำรงชีวิต ภาพประกอบเรื่อง เป็นต้น
        ศิลปินที่เป็น  จิตรกรในสาขาจิตรกรรมได้แก่  เฉลิม  นาคีรักษ์  เฟื้อ  หริพิทักษ์ ทวี
นันทขว้าง     สุชาติ  วงศ์ทอง   เป็นต้น
        2.ประติมากรรม   เป็นงานปั้นและแกะสลักด้วยวัสดุที่แปรรูปได้ เช่น ดินเหนียว ดินน้ำมัน ปูนปลาสเตอร์  ไม้ เป็นต้น  รวมทั้งการนำมาทุบ ตี เคาะ เชื่อม และหล่อเป็นรูปทรงต่าง ๆ ซึ่งเป็นลักษณะ  3 มิติ
        ผู้สร้างสรรค์งานประติมากรรม  คือ ประติมากร  เป็นอาชีพที่สำคัญ และมีเกียรติเป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนรวมอีกอาชีพหนึ่ง   โดยทั่วไปจะมีผู้ที่นิยมน้อยกว่าอาชีพจิตรกร  แต่ก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าให้แก่ตนเองและสังคมไม่ด้อยกว่าอาชีพใดๆ
        งานที่ประติมากรสร้างสรรค์มีตั้งแต่ผลงานขนาดเล็ก จนถึงขนาดใหญ่   เช่น เหรียญชนิดต่าง ๆ ภาชนะ เครื่องประดับตกแต่งพระพุทธรูป และรูปปั้นอนุสาวรีย์  ซึ่งได้แสดงคุณค่าทางความงามจากรูปร่าง รูปทรง และพื้นผิว  ตลอดจนแสงจากธรรมชาติที่ส่องมากระทบผลงานประติมากรรม
        ศิลป์    พีระศรี   ประติมากรรม  ผู้สร้างศิลปินไทย   สร้างอนุสาวรีย์พระบรมรูปรัชกาลที่  6  
ที่ สวนลุมพินี   อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา   และเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร อีกด้วย     
        3.สถาปัตยกรรม     เป็นการออกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ต่าง ๆ เช่นบ้านเรือนอาคารที่ทำการ   สนามกีฬา  วัด  โบสถ์   วิหาร  เจดีย์    สถูป  พีระมิด   เป็นต้น 
        งานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าทางวิจิตรศิลป์ หรือความงามตอบสนองความต้องการทางจิตใจ   มักจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ที่สร้างขึ้นตามหลักศาสนาและความเชื่อถือศรัทธา   ส่วนสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มุ่งประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักและจะมุ่งเน้นความงามแบบเรียบง่าย  ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบแท่งเหลี่ยมสูงหลายชั้น เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างภาคพื้นดินค่อนข้างจำกัด จึงจำเป็นจะต้องใช้ พื้นที่บนอากาศให้มากที่สุด   ศิลปินสาขานี้ทางด้าน  สถาปัตยกรรมคือ  พลเรือตรี สมภพ    ภิรมย์   ประเวศ  ลิมปรังสี และภิญโญ  สุวรรณคีรี   เป็นต้น
        
คุณค่าต่อผู้ชมและสังคมส่วนรวม
- งานจิตรกรรม  เป็นศิลปะที่สื่อความงามและความรู้สึกไปสู่ผู้ดูหรือผู้ชื่นชมได้โดยง่าย  คุณค่าเบื้องต้น เป็นคุณค่าทางด้านจิตใจในการชมความงาม ความละเอียดอ่อนของเส้นสี  แสงเงา และองค์ประกอบของศิลป์ต่างๆ  ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ และให้คติธรรม แนวคิดในการดำรงชีวิต  และยังรักษาขนบธรรมเนียม  ประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา และประวัติศาสตร์  จากจิตรกรรมฝาผนังต่าง ๆ 
-  งานประติมากรรม    เป็นศิลปะที่สื่อความงามและความรู้สึกไปสู่ผู้ดูหรือผู้ชื่นชมได้ด้วยรูปทรง และพื้นผิว โดยมีแสงสว่างมากระทบให้เกิดเงาจากมิติความตื้นลึกของรูปทรงนั้น ๆ
-    งานสถาปัตยกรรม  เป็นศิลปะที่ใช้ประโยชน์ใช้สอยมากกว่า เพราะเป็นอาคารสถานที่สูง  และเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์นั่นเอง   โดยเริ่มจากการดูแลรักษาที่พักอาศัยต่าง ๆ  เข่น พระราชวัง โบสถ์   ตำหนัก  วัด  วิหาร  เจดีย์  สถูป  เป็นต้น
คุณค่าของผู้ชื่นชมและสังคมส่วนรวม
บทบาทของประชาชนทั่วไปในการใช้ประโยชน์และคุณค่าของสถาปัตยกรรมนับตั้งแต่บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย โดยเริ่มต้นจากการดูแลรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในบ้าน การใช้หลักทางศิลปะ และรสนิยมส่วนตัว ตกแต่งบ้านเรือนให้น่าอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประดับตกแตงด้วยต้นไม้ และพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน
สำหรับงานทางศิลปะที่มีคุณค่าทางวิจิตรศิลป์   ดังนั้น  เราจึงควรร่วมมือกันอนุรักษ์ศิลปะทั้ง จิตรกรรม   ประติมากรรม  และ  สถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ไว้สืบต่อไป
นักเรียนที่ให้ความสนใจในการที่นักเรียนได้เรียนวิชานี้      เป็นศิลปะ  ที่นักเรียนทุกคนจะต้องมี ทัศนศิลป์ของตนเอง  เพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการนำไปใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ต่อไป