จากการศึกษาพบว่า ร่างกายคนเรามีแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณร้อยละ 4 ของน้ำหนักตัว และต้องการแร่ธาตุต่าง ๆ ประมาณ 17 ชนิด ในปริมาณต่างกัน ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากตารางต่อไปนี้
ตาราง แสดงปริมาณแร่ธรตุชนิดต่าง ๆ ในร่างกายคน ( น้ำหนัก 70 กิโลกรัม )
|
แร่ธาตุ
|
กรัม |
แร่ธาตุ |
กรัม |
|
แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน โซเดียม คลอรีน แมกนีเซียม เหล็ก |
1,295 700 245 175 105 105 35 2.8 |
แมงกานีส ทองแดงไอโอดีน โคบอลต์ ฟลูออรีน โมลิบดีนัม สังกะสี ซีลีเนียม
|
0.210 0.080 0.028 น้อยมาก น้อยมาก น้อยมาก น้อยมาก น้อยมาก |

|
อวัยวะ / เนื้อเยื่อ |
แร่ธาตุ ( ร้อยละ ) |
|
กระดูก กล้ามเนื้อ ตับ สมอง เลือด ผิวหนัง |
4.5 1.0 1.0 1.0 0.9 0.6 |
แร่ธาตุมีอยู่ทั่วไปในอาหารชนิดต่าง ๆ ทั้งในพืชและสัตย์ โดยอยู่ในรูปของสารประกอบ แร่ธาตุเหล่านั้นมีอยู่ในอาหารอะไรบ้าง ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร และถ้าขาดแร่ธาตุแต่ละชนิดจะทำให้เกิดโรคหรืออาการอย่างไร ให้นักเรียนพิจารณาจากตารางต่อไปนี้
|
แร่ธาตุ
|
แหล่งอาหาร
|
หน้าที่/ประโยชน์
|
โรค/อาการเมื่อขาดแร่ธาตุ
|
|
แคลเซียม
|
เนื้อ นม ไข่ ปลากินได้ทั้งกระดูก กุ้งฝอย และผักสีเขียวเข้ม |
1.เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดุกและฟัน 2.ควบคุมการทำงานของหัวใจกล้ามเนื้อและระบบประสาท 3.เป็นธาตุที่สำคัญช่วยในการแข็งตัวของเลือด |
1.โรคกระดูกอ่อนและฟันผุ 2.เลือดออกง่ายและแข็งตัวช้า |
|
ฟอสฟอรัส
|
เนื้อ นม ไข่ ปลากินได้ทั้งกระดูก กุ้งฝอย และผักต่างๆ |
1.เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน 2.ช่วยสร้างเอนไซม์ที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต 3.ช่วยสร้างเซลล์สมองและประสาท |
1.โรคกระดูกอ่อนและฟันผุ 2.การเจริญเติบโตช้า |
|
โพแทสเซียม
|
เนื้อสัตว์ นม ไข่ งา ข้าว เห็ดผักสีเขียวและผลไม้บางชนิด |
1.ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ 2.ควบคุมการทำงานของระบบประสาท 3.รักษาปริมาณน้ำในเซลล์ให้คงที่ |
1.ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนเพลียและหัวใจวาย |
|
กำมะถัน
|
เนื้อสัตว์นมไข่ |
1.สร้างโปรตีนในร่างกาย 2.สร้างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ |
ยังไม่ทราบแน่ชัด |
|
โซเดียม
|
เกลือแกง อาหารทะเล อาหารหมักดอง ไข่ นม เนย แข็ง ผักสีเขียว |
1.ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท 2.รักษาปริมาณน้ำในเซลล์ให้คงที่ 3.รักษาความเป็นกรด - ด่างของร่างกายให้อยู่ในสภาพสมดุล |
1.โรคประสาทเสื่อม 2.กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย |
|
แร่ธาตุ
|
แหล่งอาหารุ
|
หน้าที่ / ประโยชน์
|
โรค
/ อาการเมื่อขาดแร่ธาต
|
|
เหล็ก
|
เนื้อสัตว์ ตับ เครื่องในสัตย์ ไข่แดง และผักสีเขียว |
1.เป็นส่วนประกอบของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง 2.เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ในการหายใจ |
1.โรคโลหิตจาง 2.เล็บเปราะหักง่าย เส้นผมหลุดร่วงง่าย 3.อ่อนเพลีย ซึม |
|
แมงกานีส
|
กระดูก ตับ สันหลัง ธัญญาพืช |
กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ |
1.ทำให้เป็นอัมพาตได้ 2.อาการชักในเด็ก 3.เวียนศรีษะและไม่สามารถได้ยิน |
|
ทองแดง
|
เรื่องในสัตว์ ไก่ หอยนางรม พืชผักและผลไม |
1.ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก 2.ช่วยสร้างเฮโมโกบิลในเม็ดเลือดแดง 3.เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์บางชนิด |
มักพบในทารกที่คลอดก่อนกำหนด และมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า
1,500 กรัมจะเกิดภาวะโลหิตจาง
อ่อนเพลีย หายใจผิดปกติ |
|
ไอโอดีน
|
อาหารทะเล เกลือสมุทร เกลืออนามัย | 1.เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนไทรอกซินที่อยู่ในต่อมไทรอยด์ป้องกันโรคคอพอก |
1.โรคคอพอก 2.ร่างกายแคระแกร็น |
นอกจากนี้แร่ธาตุสำคัญ ๆ ที่กล่าวในตารางแล้ว ร่างกายยังต้องการแร่ธาตุอื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น สังกะสี ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่พบในเอนไซม์หลายชนิด คลอรีนเป็นส่วนประกอบของกรดเกลือในกระเพาะอาหาร ซีลีเนียมจำเป็นต่อการทำงานของตับ เป็นต้น แร่ธาตุเหล่านี้มีอยู่ในอาหารจำพวกผักสดและผลไม้ รวมทั้งเนื้อสัตว์ทั่ว ๆ ไป
จะเห็นได้ว่า แร่ธาตุต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญและจำเป็นต่อมนุษย์มาก ซึ่งร่างกายจะขาดไม่ได้ แม้ว่าจะต้องการในปริมาณน้อยแต่ถ้าร่างกายได้รับแร่ธาตุเหล่านี้ไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ หรือโรคภัยไข้เจ็บได้
นอกจากสารอาหารทั้ง 5 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อร่างกายคนเรา ซึ่งร่างกายก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน คือ น้ำ
น้ำ เป็นสารอาหารที่สำคัญซึ่งมีมากที่สุดในร่างกาย เกิดจากการวิเคราะห์พบว่าในเนื้อเยื่อทุกชนิดมีน้ำเป็นส่วนประกอบในปริมาณต่างกัน แต่ถ้าคิดเป็นน้ำหนักรวมแล้วพบว่าน้ำหนักของน้ำในร่างกายมีอยู่ประมาณร้อยละ 75 หรือ 3 ใน 4 ของน้ำหนักตัว
น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในเซลล์ ทำหน้าที่รักษาสภาวะแวดล้อมของเซลล์ให้คงที่โดยหล่อเลี้ยงเซลล์ให้ชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา เป็นตัวกลางที่นำสารและก๊าซต่าง ๆ ผ่านเข้าสู่ภายในเซลล์และผ่านออกจากเซลล์ นอกจากนี้น้ำที่มีอยู่ในร่างกายก็ยังช่วยรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงที่ด้วย
โดยปกติแล้วร่างกายจะพยายามรักษาปริมาณน้ำไว้ให้คงที่เสมอ แต่เนื่องจากร่างกายมีการสูญเสียของน้ำอยู่ตลอดเวลาจากการขับของเสียออกจากร่างกาย เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อเป็นต้น ดังนั้นร่างกายจึงต้องการน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่สูญเสียไป ในสภาวะปกติ เด็กควรดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 3 - 6 แก้ว ในขณะที่ผู้ใหญ่ควรดื่มวันละประมาณ 6 - 8 แก้ว แต่ในบางสภาวะ เช่น มีการสูญเสียเหงื่อมาก ๆ อาการร้อนจัด ร่างกายอาจต้องการเพิ่มน้ำมากขึ้น

![]()