จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันอาหารจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ และอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ มีความเป็นพิษอันเนื่องมาจากสารตกค้างที่ใช้ในการเกษตรหรือการใช้สิ่งเจือปนต่าง
ๆ ในอาหาร นักเรียนคงจะเห็นแล้วว่า
สิ่งเป็นพิษในอาหารดังกล่าวเหล่านี้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น สิ่งเป็นพิษในอาหารที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์มีอะไรบ้าง มาจากไหน มีประโยชน์และโทษต่อร่างกายอย่างไรบ้าง นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไป
ปัจจุบันประชากรมีจำนวนเพิ่มขึ้น การดำเนินชีวิตได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากมีการนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้เป็นอาหารทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน คือ สารเคมีที่ใช้ในการเกษตร

สารเคมีที่ใช้ในการเกษตรมีมากมายหลายชนิดและใช้กันในหลายรูปแบบ ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้
1)ปุ๋ยเคมีที่นิยมใช้กันมาก เช่น ปุ๋ยไนโตรเจน ปุ๋ยยูเรีย เป็นต้น
2)สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งมีหลายชนิด เช่น พาราไธออน ดีดีที เป็นต้น
การใช้สารเคมีในการเกษตรดังกล่าวหากใช้ไม่ถูกต้องทั้งชนิดและปริมาณ ตลอดจนวิธีการใช้และการเก็บรักษาจะทำให้สารเคมีเหล่านี้ตกค้างหลงเหลืออยู่ในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม เมื่อคนและสัตว์บริโภคอาหารที่มีสารตกค้างปะปนอยู่ก็จะทำให้เกิดอาการเป็นพิษได้ซึ่งมีทั้งอาการเป็นพิษอย่างเฉียบพลัน เช่น ปวดท้องอย่างรุ่นแรง คลื่นไส้ อาเจียน และบางรวยอาจถึงตายได้ และอาการเป็นพิษเรื้อรังที่ค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมลงเรื่อย ๆ จนบางรายรักษาไม่หายก็มี ตัวอย่างโทษหรืออันตรายที่เกิดจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตร ได้แก่
ปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยไนโตรเจน ปุ๋ยยูเรีย เป็นปุ๋ยที่ใช้กันมาก ถ้าใช้ในปริมาณมากเกินไปกับพืชที่เป็นอาหาร สารนี้จะไปสะสมในพืชโดยอยู่ในรูปของสารไนเตรตซึ่งอาจเปลี่ยนไปเป็นไนไตรต์ได้ เมื่อกินพืชที่มีไนไตรต์หรือไนเตรตเข้าไป ไนไตรต์จะทำปฏิกิริยากับสารประกอบเอนีนเกิดเป็นสารประกอบไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นการใช้ปุ๋ยเคมีเหล่านี้ควรใช้อย่างรอบคอบและในปริมาณที่พอเหมาะตามคำแนะนำของนักวิชาการเกษตร
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งมีมากมายหลายชนิด บางอย่างสะลลายตัวเร็วแต่มีพิษรุ่นแรงมาก เช่น พาราไธออน คาบาริล บางอย่างสลายตัวช้า สามารถคงทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานมาก และสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้เป็นอย่างดีและทำในเกิดพิษเรื้อรัง เช่น ดีลดริน อัลดริน บางชนิดมีพิษรุ่นแรงเหมือนกัน ที่รู้จักกันแพร่หลายและใช้กันมากที่สุดคือ ดีดีที ( DDT ) ปัจจุบันพบว่าดีดีทีสามารถสะสมอยู่ในคนสัตว์และพืชหลายชนิด และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถสะสมได้ในอาหารจึงอาจทำให้เกิดพิษได้ ถ้ากินอาหารที่มีดีดีทีอยู่เป็นจำนวนมาก
ปรอท เป็นโลหะหนักที่พบในปลาทะเลและสัตว์ทะเลอื่น ๆ ทำให้เกิดอาการเกี่ยวกับระบบประสาท ตามัว อ่อนเพลีย ทรงตัวและพูดไม่ได้ เป็นอัมพาต ถ้าร่างกายได้รับปริมาณมากอาจทำให้ตายได้ ปรอทมีประวัติทำอันตรายต่อมนุษย์มาแล้ว คือ โรคนินามาตะ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ราว ๆ ปี พ.ศ. 2496 เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้สารปรอทปล่อยของเสียลงสู่ทะเล ปรอทเหล่านั้นไปสะสมอยู่ในปลา ทำให้ผู้ที่บริโภคปลาทะเลเกิดอาการล้มป่วยและเป็นอัมพาต สมองพิการ และถึงตายเป็นจำนวนมาก
ตะกั่ว เป็นโลหะหนักที่พบมากในสิ่งแวดล้อม ทั้งในอากาศ ดิน อาหารและน้ำ เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ตะกั่วปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำ และเนื่องจากไอเสียของรถยนต์ สำหรับในอาหารและน้ำ ตะกั่วอาจมาจากอากาศในสิ่งแวดล้อม และอาจเข้าไปสะสมอยู่ในอาหารต่าง ๆ เช่น ในนมวัว ในเนื้อสัตว์ และในอาหารทะเลได้ ซึ่งถ้าร่างกายเราได้รับเข้าไปสะสมไว้มาก ๆ อาจเกิดอาการเป็นพิษ โดยทำให้มีอาการปวดท้องอย่างรุ่นแรง มีความผิดปกติทางสมอง และจะมีอาการโลหิตจางตามมา
|
วิธีการ |
ปริมาณสารพิษลดลง (%) |
|
1.ผ่านน้ำก๊อกหลายๆครั้งและแช่น้ำต่อในน้ำสะอาด15นาที 2.ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต1%และแช่ในน้ำสะอาด15นาที 3.ใช้น้ำยาล้างผักเข้มข้น0.3%และแช่ในน้ำสะอาด15นาที 4.ล้างโดยเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านตลอดนาน2นาที 5.ล้างด้วยน้ำส้มสายชู0.5%และแช่ด้วยน้ำสะอาด15นาที |
7 - 33 23 - 61 50 - 70 54 - 63 60 - 84 |
