โลกและการเปลี่ยนแปลง

บทนำ

เปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อ พ.ศ. 2426 เกิดการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัว ประเทสอินโดนีเซีย ปลายปี พ.ศ. 2531 เกิดอุทกภัยร้ายแรงที่สุดบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ของประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงทางน้ำของแม่น้ำ ลำคลองหลายแห่ง พ.ศ. 2534 เกิดการระเบิดของภูเขาไฟพินาตูโบ ประเทศฟิลิปปินส์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 เกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงที่ประเทศตุรกี วันที่ 23 เมษายน 2535 เกิดแผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย 29 กันยายน พ.ศ. 2536 เกิดแผ่นดินไหวทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย มีประชาชนเสียชีวิตมากกว่า 9,758 คน บาดเจ็บมากกว่าสามหมื่นคน แรงสั่นสะเทือนวัดได้ 6.3 ริคเตอร์ ในวันที่ 3 มิถุนายน 2537 เกิดแผ่นดินไหวทางตอนใต้ของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และเกิดคลื่นใต้น้ำ”ซูนามิ” มีผู้เสียชีวิต 245 คน บ้านเรือนเสียหาย 318 หลัง แรงสั่นสะเทือนวัดได้ 6.5 ริคเตอร์ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2537 เกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.5 ริคเตอร์ แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

โลกเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า โลกเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุริยะ โดยมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบ โลกเป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะ กำเนิดเมื่อราว 4,500 ล้านปีที่แล้ว และทราบกันในขณะนี้ว่า มีสิ่งมีชีวิต(พลโลกมากว่า 5,300 ล้านคน)

โลกมีลักษณะคล้ายทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางในแนวเหนือใต้ 12,711 กิโลเมตร ในแนวตะวันออกตะวันตก 12,755 กิโลเมตร หมุนรอบตัวครบรอบกินเวลา 23 ชั่วโมง 56 นาที และหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบกินเวลา 365.25 วัน

ทฤษฎีการกำเนิดโลกและระบบสุริยะ

กำเนิดระบบสุริยะ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากพยายามศึกษาและพัฒนาทฤษฎีเพื่ออธิบายเกี่ยวกับการเกิดของระบบสุริยะ ดังตัวอย่างเช่น

ทฤษฎีของคานท์ และลาพลาส พ.ศ. 2339 กล่าวว่า โลก ดาวเคราะห์ และดวงอาทิตย์เกิดจากกลุ่มก๊าซร้อนที่กำลังหมุนอยู่แรงเหวี่ยงจากการหมุนทำให้ส่วนข้างนอกหลุดออกในลักษณะเป็นวงแหวน และวงแหวนแต่ละวงรวมตัวกันแล้วหดตัวกลายเป็นโลก และดาวเคราะห์ กลุ่มก๊าซบริเวณศูนย์กลางหดตัวกลายเป็นดวงอาทิตย์

ทฤษฎีของเจมส์ ยีนส์ พ.ศ.2444 กล่าวว่า มีดาวฤกษ์ขนาดใหญ่เคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ แรงดึงดูดระหว่างดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ ทำให้มวลบางส่วนของดาวฤกษ์และดวงอาทิตย์หลุดออกมากลายเป็นดาวเคราะห์ต่างๆ รวมทั้งโลกและวัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะ

ทฤษฎีของเฟรด ฮอยล์ และ ฮานส์ อัลเฟน พ.ศ.2493 กล่าวว่า ดวงอาทิตย์เกิดขึ้นก่อนจากการรวมตัวของกลุ่มก๊าซและฝุ่นละออง แล้วดวงอาทิตย์จึงดึงดูดให้กลุ่มก๊าซและฝุ่นละอองที่อยู่รอบๆ รวมตัวกันและมีความหนาแน่นมากขึ้นกลายเป็นดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์

กำเนิดของระบบสุริยะ

แม้ว่าในปัจจุบัน จะสามารถส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวเคราะห์ได้หลายดวง รวมทั้งเก็บหินดวงจันทร์มาวิเคราะห์แล้วก็ตาม แต่เราก็ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงกำเนิด โลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์อื่นๆ