การกร่อน

การกร่อน คือ กระบวนการที่ทำให้สารเปลือกโลกหลุดออกมา การกร่อนเกิดขึ้นเนื่องจากหลายสาเหตุ ดังนี้คือ

1. กระแสน้ำ โดยกระแสน้ำจะกัดเซาะฝั่งและพัดพาตะกอนไป ถ้าพื้นท้องน้ำที่มีความชันมาก น้ำจะไหลแรง ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการกร่อนของพื้นท้องน้ำมาก และถ้าฝั่งน้ำมีความโค้ง กระแสน้ำทางด้านฝั่งแม่น้ำที่มีความโค้งมาก จะมีความเร็วมากกว่ากระแสน้ำที่ฝั่งแม่น้ำตรงข้าม จึงเป็นเหตุให้บริเวณฝั่งด้านโค้งมากเกิดการกร่อนของฝั่งแม่น้ำ และฝั่งแม่น้ำตรงข้ามตะกอนจะตกทับถม เพราะความเร็วของน้ำลดลง

รูป การกร่อนเนื่องจากกระแสน้ำ

กระแสน้ำพัดพาตะกอนขนาดเล็กไปได้ไกลกว่าตะกอนขนาดใหญ่ซึ่งมีมวลมาก ถ้าความเร็วของกระแสน้ำลดลง เช่น เมื่อร่องน้ำกว้างขึ้นหรือกระแสน้ำไหลออกสู่ทะเลตะกอนซึ่งกระแสน้ำพัดพามาจะตกทับถม การทับถมของตะกอนมีลักษณะต่างกัน เป็นรูปสามเหลี่ยม เช่น ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

2. ปฏิกิริยาเคมี ของก๊าซในบรรยากาศ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) กับน้ำฝนจะได้กรดซึ่งทำให้หินเกิดการกร่อนได้ โดยเฉพาะหินปูนจะได้แคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนต เมื่อสารละลายนี้ไหลไปตามเพดานถ้ำจะสลายตัวได้ตะกอนหินปูน ทำให้เกิดหินงอกหินย้อย

รูป การกร่อนเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี

ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้นและการใช้รถยนต์ก็มากขึ้นด้วย ควันจากโรงงานอุตสาหกรรมและควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ มีก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อฝนตกน้ำฝนจะละลายก๊าซต่างๆ เหล่านี้ น้ำฝนจึงมีสภาพเป็นกรดกัดกร่อนหินได้ เช่น ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ละลายน้ำได้กรดไนตริก (HNO3) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ละลายน้ำได้กรดซัลฟิวริก (H2SO4) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ละลายน้ำได้กรดคาร์บอนิก (H2CO3)

กระบวนการเกิดหินงอกและหินย้อย โดยกรดคาร์บอนิก (H2CO3) ทำปฏิกิริยากับหินปูน(แคลเซียมคาร์บอเนต) เกิดแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต เมื่อแคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตได้รับความร้อนจะสลายตัวได้แคลเซียมคาร์บอเนตสะสมเป็นหินย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ และบริเวณพื้นถ้ำที่สารแคลเซียมคาร์บอเนตหยดลงจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นหินงอก ปฏิกิริยาเคมีที่เกิด ดังแสดงในสมการ

1. กรดคาร์บอนิก + แคลเซียมคาร์บอเนต ® แคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต

H2CO3 + CaCO3 ® Ca(HCO3)2

2. แคลเซียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต แคลเซียมคาร์บอเนต + น้ำ + ก๊าซคาร์บอนไดออกซได์

Ca(HCO3)2 CaCO3 + H2O + CO2

3. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของกลางวันและกลางคืนทำให้หินยืดตัวและหดตัวไม่เท่ากัน เกิดการแตกร้าวและก่อนได้ หรือน้ำตามโพรงหินเมื่ออุณหภูมิลดลงจะกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งมีปริมาตรมากขึ้นดันให้หินแตกร้าวได้ และจะเกิดการกร่อนในเวลาต่อมา

รูป การกร่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ

4. แรงโน้มถ่วงของโลก จะดึงดูดมวลของเปลือกโลกอยู่ตลอดเวลา ส่วนใดของเปลือกโลกไม่แข็งแรง จะแจกร้าวและร่วงหล่นสู่พื้นดินจึงเกิดการกร่อน

 

รูป การกร่อนเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

5. ธารน้ำแข็ง ในบริเวณที่อยู่ใกล้ขั้วโลก เมื่อธารน้ำแข็งเคลื่อนที่ลงสู่ที่ต่ำจะเสียดสีกระทบกระแทกทำให้เกิดการกร่อนตลอดเวลาทางที่ธารน้ำแข็งไหลผ่าน

รูป การกร่อนเนื่องจากธารน้ำแข็ง

6. กระแสลม จะพัดพาทรายและตะกอนฝุ่นไปขัดสีกับหินซึ่งโผล่ยื่นออกมาให้กร่อนได้ การกร่อนจะมีมากเมื่ออากาศแห้งแล้ง หรือในบริเวณทะเลทราย

รูป การกร่อนเนื่องจากกระแสลม